วันอาทิตย์, สิงหาคม 07, 2559

Voices from Sara Baras (การแสดงยกเลิก)

และแล้วก็ถึงช่วงของงาน Bangkok's International Festival of Dance & Music อีกครั้ง ดูภาพรวมแล้วน่าจะถูกใจคอบัลเล่ต์และโอเปร่า เพราะมีให้เลือกชมกันหลายเรื่องจากหลายประเทศเชียวค่ะ

สำหรับการแสดงฟลาเมงโกในเทศกาลของปีนี้ เป็นการแสดงจากดาราฟลาเมงโกที่ได้ชื่อว่าเป็น Face of Andalucia และเป็นนักเต้นชื่อดังที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยที่สุดเพราะ-ถ้าจำไม่ผิด-เธอมาแสดงในงานนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วค่ะ เธอคือ ซาร่า บาราส (Sara Baras)


ก่อนหน้านี้หลายปี ซาร่า พักการแสดงไประยะหนึ่งเพื่อให้เวลาลูกชายค่ะ สามีของเธอคือ โฆเซ่ เซร์ราโน่ ซึ่งเต้นคู้กับเธอมาตลอดหลายปี และแน่นอนว่าปีนี้เขาก็มาแสดงกับภรรยาเขาด้วยค่ะ

ซาร่า บาราส โด่งดังจากฝีเท้าการเต้นที่น่าทึ่ง เคยมีผู้ให้คำนิยมไว้ว่าเป็น Thunderous Footwork คือไม่ใช่แค่ระดับเท้าไฟค่ะ แต่ยังให้เสียงการเคาะเท้าที่ก้องกังวานและเร้าใจอย่างยิ่ง เท่าที่เคยดูผลงานการเต้นของเธอ เข้าใจว่า ซาร่า จะวางตัวเองเหมือนเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง เธอจะเริ่มจากจังหวะในหัว แล้วค่อยๆ ร้อยเรียงออกมาผ่านปลายเท้า มีเพื่อนที่เคยเห็นการทำงานเบื้องหลังบนเวทีเล่าว่า ทีมงานของเธอจะพิถีพิถันกับการติดตั้งไมค์เพื่อรับเสียงการเคาะเท้าของเธอให้ได้ชัดเจน ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน

สำหรับการแสดงของเธอในปีนี้ใช้ชื่อว่า Voces, Suite Flamenca คำว่า Voces ก็คือ Voices นั่นเองค่ะ เป็นการแสดงชุดล่าสุดที่ได้รับความนิยมมาแล้วจากเวทีทั่วโลกเช่นเดียวกับโชว์ชุดอื่นๆ ที่ผ่านมาของเธอ โดยส่วนตัวคิดว่าโชว์ชุด Voces นี้น่าดูตรงที่จะเป็นการนำจังหวะต่างๆ ในการเต้นฟลาเมงโกมาให้ดูกันแบบชัดๆ โดยเรียงตามรายการดังนี้ค่ะ

* La Llama
* Bulería de Chabo
* Seguirilla
* Taranta
* Las Carmenes

* Romance del Negro del Puerto
* Farruca
* Tientos
* Soleá

* Soleá por Bulería
* Bulería

ท่าเต้นทั้งหมด ซาร่า เป็นคนออกแบบเอง และใช้นักเต้นร่วมเวทีเป็นจำนวนมากถึง 15 คน และแน่นอนว่าต้องเธอจะใช้ดนตรีสดในการแสดงค่ะ นอกจากนี้จะยังมีชุดสวยๆ ให้ได้ชมกันด้วย เพราะ ซาร่า ได้ชื่อว่าเป็น แฟชั่น ไอคอน คนหนึ่งของสเปนทีเดียวค่ะ

การแสดงจัดที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2559 บัตรราคา 800 / 1500/ 2000/ 2500 และ 3000 บาทค่ะ

ชมรายละเอียดการแสดงชุดนี้ได้ที่นี่ค่ะ
http://www.bangkokfestivals.com/programs/VOCES--SUITE-FLAMENCA.html 

และจองบัตรได้ที่นี่ค่ะ
http://www.thaiticketmajor.com/performance/icp18-voces-en.html

วันจันทร์, กันยายน 21, 2558

IMAGE : 20 YEARS

ไม่รู้จะทันไหมเพราะการแสดงชุดนี้จะเล่นในวันนี้แล้ว (21 ก.ย. 2558) แถมยังชนกับคอนเสิร์ตใหญ่ของ Maroon 5 แต่ก็ขอเขียนเชียร์ในเฮือกสุดท้ายกันล่ะ

คณะฟลาเมงโกในงาน Bangkok's International Festival of Dance & Music 2015 คือ Ballet Flamenco de Andalucía ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในคณะฟลาเมงโกที่ดีที่สุดของสเปน (แน่ล่ะ ก็มาจากถิ่นของฟลาเมงโกอย่าง อันดาลูเซีย นี่นา) ซึ่งจะมาพร้อมการแสดงชุด Image : 20 Years เป็นผลงานการกำกับการแสดงของ ราฟาเอลา คาร์ราสโก ศิลปินดังในสายฟลาเมงโกและยังเป็นการแสดงที่ได้รับรางวัล ฌิรัลดิโญ่ (Giraldillo - - เปรียบได้ดังรางวัลออสการ์ของฟลาเมงโก) สาขาการแสดงยอดเยี่ยมจากงาน Bienal de Flamenco ที่จัดขึ้นที่ เซบิญ่า เมื่อปีที่แล้วด้วยค่ะ

สัมภาษณ์ราฟาเอลา คาร์ราสโก

การแสดงชุดนี้ ถ้าจะอธิบายแบบคร่าวๆ ก็คือรวมไฮไลท์ของโชว์ชุดต่างๆ ของคณะฟลาเมงโกคณะนี้ในช่วงเวลา 20 ปีของการก่อตั้งคณะขึ้นมา ตามที่ทางผู้จัดกล่าวไว้ว่าจะมีแสง สี เสียง เอฟฟเฟ็คต์ แบบจัดเต็ม รวมถึงแสดงลีลาการเต้นฟลาเมงโกในรูปแบบต่างๆ และนี่เป็นครั้งแรกของพวกเขาที่ได้มาแสดงในประเทศไทยค่ะ 


เท่าที่ได้ดูชาวคณะจากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ คิดว่าน่าสนใจสำหรับคนที่อยากดูฟลาเมงโกแบบดั้งเดิมที่นำมาประยุกต์ให้น่าสนใจและน่าตื่นเต้นโดยที่ไม่ได้ทิ้งความสวยงามของศิลปะการเต้นแบบเก่า ซึ่งเป็นสิ่งที่หาดูไม่ได้บ่อยๆ ในบ้านเรา เพราะหลังๆ นี้ ฟลาเมงโกที่มาแสดงในไทย ดูจะเน้นเรื่องแสง สี เสียง เป็นโชว์แบบตระการตามากกว่าจะนำเสนอฟลาเมงโกแบบเข้มข้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกค่ะ การแสดงที่ดีก็ต้องน่าดึงดูดใจ และความน่าดึงดูดใจนั้นก็สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยวิธีการต่างๆ อีกอย่างหนึ่งคือ เราต้องยอมรับว่าความเข้าใจเรื่องฟลาเมงโกของผู้ชมในบ้านเราอาจจะยังไม่ได้มีมากหรือเป็นที่น่าสนใจ ดังนั้นผู้จัดย่อมต้องเลือกการแสดงที่เร้าใจมานำเสนอก่อนเป็นธรรมดา

ความน่าดูอีกสองประการของ Image : 20 Years ก็คือจะมีนักเต้นหนุ่มสาวหลายคนเข้าร่วมด้วย นอกเหนือไปจากเหล่าดาราของคณะ และที่ดีมากๆ ก็คือดนตรีสดค่ะ โดยจะมีคณะนักร้องและนักกีตาร์แสดงสดไปพร้อมกับการเต้นด้วย อันที่จริงแล้ว ดนตรีสด เป็นองค์ประกอบสำคัญของการแสดงฟลาเมงโกนะคะ แต่ปัจจุบัน หลายคณะก็ลดทอนความยุ่งยากไปด้วยการใช้เสียงดนตรีที่บันทึกไว้แล้ว แต่เชื่อเถอะค่ะว่า การใช้ดนตรีสดประกอบการแสดงจะทำให้ได้บรรยากาศมากกว่า

งานจะแสดงวันนี้แล้ว เพราะฉะนั้น ไปซื้อบัตรที่หน้างานที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยได้เลยค่ะ บัตรราคา 800, 1500, 2000, 2500 และ 3000 บาท ประตูจะเปิด 19.30 น. นะคะ สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ซื้อบัตร น่าจะไปถึงสถานที่ล่วงหน้าสักชั่วโมง ส่วนคนที่มีบัตรแล้ว ควรไปถึงก่อนการแสดงจะเริ่มอย่างน้อย 30 นาทีค่ะ

สุดท้ายฝากแฟนเพจของ Bangkok's International Festival of Dance & Music ไว้ด้วยนะคะ (ถ้าเปลี่ยนที่อยู่เพจเมื่อไหร่ ช่วยแจ้งไว้หน้าวอลล์ด้วยนะคะ นี่ก็หลงดูหน้าเก่าอยู่ตั้งนานสองนาน)

วันพุธ, สิงหาคม 20, 2557

เชิญชม Los Vivancos : ฟิวชั่นฟลาเมงโกในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 16

หลังจากปีที่แล้วไม่มีการแสดงประเภทฟลาเมงโกใน มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ (Bangkok's International Festival of Dance and Music : ICP) ให้ดูกันเลย ทั้งที่ปกติแล้วถือว่าเป็นไฮไลต์ของงานด้วยซ้ำ มาคราวนี้อาจเรียกได้ว่า "จัดเต็ม" เพราะเชิญคณะฟลาเมงโกที่มีโชว์น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ อย่าง Los Vivancos มาให้ดูกัน โดยกรุงเทพฯ จะเป็นเวทีสุดท้ายของการแสดงที่ชื่อว่า "Aeternum" ของพวกเขา ก่อนที่จะเริ่มฝึกซ้อมการแสดงชุดใหม่ค่ะ


โลส บิบันโกส เป็นคณะนักเต้นชายล้วนจากบาร์เซโลนา มีทั้งหมด 7 คน ล้วนแต่หล่อล่ำกันทั้งสิ้น ลองดูประวัติแล้ว แต่ละคนมีเกียรติคุณด้านการเต้นและศิลปะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มาร์เชียลอาร์ต ติดตัวกันมาแบบยาวเหยียด ถ้าดูในประวัติของแต่ละคนอาจจะไม่ทราบว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน เพราะในนั้นจะเห็นแต่ชื่อต้น ไม่มีนามสกุล Vivanco อันเป็นที่มาของชื่อคณะ Los Vivancos 

ทั้งเจ็ดหนุ่มร่วมกันก่อตั้งคณะ โลส บิบันโกส เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว พวกเขาเต้นกันในแบบของฟิวชั่นฟลาเมงโกหรือฟลาเมงโกประยุกต์ค่ะ คือผสมผสานศิลปะการเต้นฟลาเมงโกเข้ากับการเต้นสไตล์อื่นๆ รวมถึงการใช้เทคนิคต่างๆ ในการแสดง อาจจะไม่ถูกใจคนที่ชอบฟลาเมงโกแบบดั้งเดิมเท่าไหร่นัก แต่ถ้ามองในฐานะการแสดงชุดหนึ่งแล้ว ถือว่าน่าดูน่าชมมากๆ 

พวกเขาประสบความสำเร็จไปทั่วโลกกับโชว์ชุดแรก "7BROTHERS" ได้รับรางวัลด้ารการเต้นจากหลายสถาบัน สำหรับโชว์ชุด "Aeternum" (เป็นภาษาละตินค่ะ เท่าที่ลองค้นดู น่าจะหมายถึง นิรันดร์กาล หรือ Eternity) ซึ่งเป็นโชว์ชุดที่ 2 นี้ พวกเขาได้ตัว ดาเนียล ฟินซิ ปาสกา ผู้สร้างสรรค์โชว์ชุด "Corteo" ของคณะเซิร์กดู โซเลย์ (Cirque du Soliel) และ เฟร์นันโด เบลาซเกซ ผู้ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Orphanage มาร่วมงานด้วย โดยมีวงบูดาเปสท์ ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า มาบันทึกเสียงเพลงประกอบโชว์ชุดนี้ คอนเซ็ปต์ของการแสดงชุดนี้เป็นเรื่องราวของศิลปะ จินตนาการและความเป็นนิรันดร์ ตัวละครในเรื่องนั้นมีทั้งมนุษย์ เทวดา ปิศาจและแวมไพร์ ในโชว์จะมีทั้งหมด 8 ฉากและรับประกับความตื่นตาตื่นใจทุกฉากค่ะ

"Aeternum" ของ โลส บิบันโกส จะเปิดแสดงเพียงรอบเดียว ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2557 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยค่ะ

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนุ่มนักเต้นคณะนี้ แวะชมเว็บไซต์ของพวกเขาได้ค่ะ
ส่วนผู้ที่ต้องซื้อบัตรชมการแสดง จองได้ที่เว็บไซต์ของ Thaiticketmajor ค่ะ บัตรราคา 3,000/ 2,500/ 2,000/ 1,500 และ 800 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมในการออกบัตรใบละ 20 บาท)

มีคำเตือนจากเพื่อนค่ะ บอกว่าอย่าดูคลิปของโชว์ชุดนี้ให้มากนัก เพราะบนเวทีจะมีเซอร์ไพรส์หลายช่วง ซึ่งถ้าได้ดูแบบสดๆ จะดีกว่า พูดง่ายๆ ว่าถ้ารู้ไต๋กันหมด ก็ไม่ตื่นเต้นกันพอดี เดี๋ยวไม่คุ้มค่าบัตรนะเออ

วันจันทร์, มีนาคม 17, 2557

ฟลาเมงโกกับน้องเบเบ้

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2551 (วันที่โพสท์ครั้งแรก)

วันหนึ่งเมื่อฉันไปเรียนตามปกติ พบจบครึ่งแรก พระอาจารย์ชาวญี่ปุ่นของฉันก็พูด...แปลเป็นไทยได้ความว่า "เดี๋ยวมาดูวิดีโอเบเบ้กัน" ฉันก็รับคำแบบงงๆ นึกว่าเป็นวิดีโอนักเต้นฟลาเมงโกที่ครูชื่นชอบแบบที่แกเปิดให้ดูบ่อยๆ

ครูเปิดทีวี เปิดวิดีโอ ทันใดนั้นก็ปรากฏภาพสาวน้อยหน้าใสกำลังวาดลีลาฮิพ-ฮอพขึ้นบนจอ

ตอนแรกฉันก็นึกว่าเป็นภาพเก่าที่ติดมาจากหัวม้วนวิดีโอ แบบว่าอัดทับไง นึกออกมะ ทันใดนั้น ครูก็ชี้มือไปที่แม่สาวน้อยที่กำลังโยกย้ายแล้วก็ย้ำว่า "เบเบ้"

ฉันก็แบบว่า เอาล่ะซี พระอาจารย์มาอารมณ์ไหนวะเนี่ย? เรียนฟลาเมงโกอยู่ดีๆ ก็มาให้ดูฮิพ-ฮอพซะงั้น แล้วเบเบ้นี่มันใครกันหว่า?

พักใหญ่ๆ หน้าจอทีวีก็เปลี่ยนไป มีพิธีกรหนุ่มมาพูดแนะนำว่าต่อไปนี้ "น้องเบเบ้" จะมา "เต้นระบำสเปน" น้องเบเบ้ที่ว่านี้ก็คือ ดาราสาวและนักร้องสาวนามว่า ธันย์ชนก ฤทธินาคา นั่นเอง

แล้วภาพก็ตัดไปเป็นน้องเบเบ้กำลังวาดลวดลายฟลาเมงโก้ในแบบ Solea ที่พระอาจารย์บอกว่าอาจจะอ่อนซ้อมไปหน่อย แต่โดยรวมๆ แล้วก็ลีลาดีทีเดียว เสียตรงที่เสียงกีตาร์แย่มาก (ก็ห้องมันเป็นกระจก เสียงก็เลยสะท้อนก้องไปหมด) ฉันยังทึ่งเลยว่าน้องเขากะจังหวะเต้นเข้าไปได้ยังไง้ เพราะมันแทบจะฟังไม่เป็นเพลงเลย แล้วก็รำคาญนิดหน่อยที่กล้องมัวแต่ซูมหน้าน้องอยู่พักใหญ่ แทนที่จะจับลีลาให้ได้เห็นกันถนัดๆ จะเข้าท่ากว่า

พระอาจารย์ทำท่าปลื้มอกปลื้มใจกับน้องเบเบ้เป็นอันมาก แล้วก็ออกปากว่าอยากจะได้โฟโต้ อัลบั้มของน้อง ฉันรู้บ้างไหมว่าจะไปหาซื้อได้ที่ไหน...นั่น...ครูฉันวัยรุ่นกว่าลูกศิษย์เสียอีก

อาทิตย์ต่อมา ฉันก็อุตส่าห์ไปหาโฟโต้อัลบั้มของน้องเบเบ้มาให้พระอาจารย์จนได้ (ที่จริงมันก็ไม่ได้ยากอะไร แค่ต้องทำหน้าวัยรุ่นสุดขีดตอนไปถามหาที่ร้านหนังสือเท่านั้นแหละ) พระอาจารย์ของฉันยิ่งปลื้มหนัก บอกว่าเดี๋ยวจะไปลองแกะเพลงน้องเบเบ้ดูเสียหน่อย (แต่เดิมนักร้องคนโปรดของแกคือน้องลิเดีย-วัยรุ่นอีกแล้ว) แล้วก็บอกว่า แกอยากจะลองเล่นกีตาร์ฟลาเมงโกให้น้องเบเบ้เต้นสักเพลงสองเพลง แล้วฉันก็น่าจะไปเต้นกับน้องเขาด้วย

ฉันหัวเราะก๊าก ก็ถ้าจะเทียบหุ่นฉันกับน้องเขา มันก็คงเหมือนถังเบียร์กับแก้วไวน์ ยังไม่นับว่าน้องเขาเรียนไปถึงขั้นแอดวานซ์แล้ว ฉันยังต้วมเตี้ยม ไปไม่ถึงไหน ขืนเต้นด้วยกันก็ขำเปล่าๆ นอกจากนี้ พระอาจารย์ยังชักชวนอีกว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่น้องเบเบ้มีโชว์ฟลาเมงโก เราไปดูด้วยกันนะ

เอาเป็นว่า ถ้าน้องเบเบ้เกิดมาอ่านเจอ ก็ขอให้ช่วยพิจารณาความฝันของคนสูงอายุด้วยก็แล้วกันนะจ๊ะ.

เวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2551 (วันที่โพสท์ครั้งแรก)

พอมาดูบล็อกอีกทีก็ให้รู้สึกน่าอายยิ่งนัก แรกฝันไว้เลิศหรูว่าจะมาเล่าสู่กันฟังถึงประสบการณ์การเรียนฟลาเมงโก ก็มัวแต่ทำมาหากินประกอบกับความเกียจคร้าน ผลก็เลยเป็นเช่นนี้

ถึงวันนี้ก็เรียนไปได้หลายอย่าง ซึ่งก็สมควรอยู่ เพราะนับแล้วฉันก็เรียนฟลาเมงโกมาร่วมสามปีแล้วกระมัง "เซบิยานาส" หรือก็เรียนจบทั้งสี่เพลงแล้ว ส่วน "อเลเกรียส" (Alegrias) ก็เรียนไปจนจบท่อน "ซิเลนซิโอ" (Silencio) แล้ว ตามด้วยเพลง "ตังกิโย" (Tanguillo) อีกหนึ่งท่อน แถมด้วยการเรียนกีตาร์ เรียกว่าเรียนกันอุตลุดเลยครับท่านพ่อแม่พี่น้อง

ความที่เรียนกีตาร์ฟลาเมงโกด้วย (วิชาโทภาคบังคับ) ตอนนี้นิ้วมือข้างซ้ายก็เริ่มด้าน ขณะที่นิ้วมือข้างขวาก็ต้องไว้เล็บยาว เพราะกีตาร์ฟลาเมงโกไม่มีการใช้ปิ๊กดีดนะครับพี่น้อง ใช้ได้แต่นิ้วและเล็บของเราเท่านั้น ไอ้เรื่องเจ็บนั้นไม่เท่าไหร่ เพราะเคยเรียนกีตาร์ตอนเด็กๆ มาแล้ว แต่เหนื่อยมากๆ เพราะการเล่นกีตาร์แบบฟลาเมงโกนี้ต้องใช้พลังมากจริงๆ แล้วเรื่องเมื่อยนี่...สุดยอด บางวันนิ้วเกร็งค้าง อารมณ์เดียวกับคนกรามค้างเลย เพราะฉันเป็นคนมือเล็ก นิ้วสั้น เวลาเล่นกีตาร์ก็เลยยากลำบากลำบน แต่ก็กัดฟันทน โธ่...ก็อาจารย์ปู่ของฉันน่ะ มือก็เล็กพอๆ กัน ท่านยังเล่นได้เลย ฉะนั้นจึงไม่มีข้ออ้างว่าสรีระไม่ให้เด็ดขาด (เศร้า)

แม้จะเรียนมานานแล้ว แต่ปัญหาที่ฉันยังแก้ไม่ตกก็คือการดีดกรับให้มันดังเด้งสมใจนึก รู้น่ะว่ามันต้องหัดบ่อยๆ แต่ว่ามันขี้เกียจ เอ๊ย มันไม่ค่อยจะมีเวลา พอมีเวลาก็ลืมทุกที หรือไม่ก็มีคนอยู่เต็มบ้าน ทำให้ไม่กล้าซ้อมดีด กลัวคนที่บ้านจะมัวแต่มองหาว่ารถขายเกี๊ยวที่ไหนวะ วิ่งเข้าซอยออกซอยอยู่ได้

อีกอย่างก็คือฉันยังกะช่วงที่ควรจะวางนิ้วบนกรับและยังปรับความแน่น-หลวมของสายผูกได้ไม่ดี คนที่ดีดเก่งๆ คงไม่มีปัญหา แต่สำหรับฉันมันเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าผูกสายเชือกแน่นไป เราจะดีดกรับไม่ดังเพราะเชือกมันรั้งชิ้นไม้ไว้ตึงเกินไป แต่ถ้าปล่อยให้เชือกหย่อนมากไปก็จะทำให้เราดีดไม่ถนัด ยิ่งเวลาที่ต้องวาดแขนไปด้วย ดีดกรับไปด้วย แถมด้วยเท้าก็ต้องเดินไปตามสเต็ปเพลง คุณเอ๊ย ไม่รู้จะทำอะไรก่อนอะไรหลัง ชีวิตนี้ช่างสับสนเป็นยิ่งนัก

แต่ถ้าวันไหนกะทุกอย่างได้พอดีเป๊ะ เสียงกรับจะดังกังวาน ชวนให้ฮึกเหิมและเคลิ้มไปว่าเออ ตูข้าก็ฝีมือไม่เลวเหมือนกันนิ อะเหอๆ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะเก่งจริงๆ

ขอนอกเรื่องนิดนึง เมื่อเดือนที่แล้วไปเข้าคลาสลีลาศ มีสอนจังหวะ ปาโซโดเบล (Paso Doble) ด้วย อีนี่ก็เลย "อิน" ซะ... อยากจะคิดว่าดิฉันมาดให้ที่สุดในชั้นเลยเชียว

ตอนนี้ใช้วิธีเรียกผีฟลาเมงโกกับผีสเปนให้มาเข้าสิง คิดอะไรเป็นภาษาสเปนไปโม้ด เวลาทำงานก็เปิดแต่เพลงฟลาเมงโก จะอ่านนิยายก็ไปหยิบเอาเรื่องที่เกี่ยวกับฟลาเมงโกมาอ่าน ว่างๆ ก็ดูดีวีดีฟลาเมงโก ทั้งที่เป็นบทเรียนและเป็นหนัง เอาให้มันอินถึงขั้นหลับก็ฝันถึงได้ยิ่งดี เรียกว่าพยายาม Living flamenco ให้มากที่สุด ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรเกี่ยวกับการเรียนได้ไหม แต่ว่าทำแล้วสบายใจ ก็เลยไม่รู้ว่าทำไมถึงจะไม่ทำ

ไปล่ะ เดี๋ยวอาทิตย์หน้า ถ้าไม่ขี้เกียจ ก็จะมาเล่าสู่กันฟังให้มันเป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้.

แรกเรียน

ตอนที่ 2
-----------
วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2550 (วันที่โพสท์ครั้งแรก)

มาเล่าต่อ...อาจจะไม่เป็นขั้นเป็นตอน ว่าไปตามที่นึกได้ละกัน

อันดับแรกที่นักเรียนต้องเรียนก็คือการตบมือและย่ำเท้า ซึ่งมีหลายแบบ หลายจังหวะ แล้วไม่ใช่จะสักแต่ว่าตบๆ มือไปให้มีเสียง มันต้องมีวิธีตบให้ถูกต้องด้วย ไม่งั้นมันจะไม่ดัง (เท่าครู) สมัยเรียนใหม่ๆ ฝึกแค่นี้ก็เหนื่อยแฮ่กแล้ว แต่เดี๋ยวนี้-สบาย...สิวๆ มาก

ครูคนไทยเคยบอกฉันว่าปัญหาใหญ่ของคนไทยคือการทำอะไรด้วยมือและเท้าพร้อมๆ กัน ด้วยจังหวะที่ไม่เท่ากัน สำหรับฉัน เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่กลายเป็นว่าฉันมักจะทำอะไรนุ่มนิ่มเกินไป ก้าวเท้าสั้นเกินไป ไม่เด็ดขาดขึงขัง ทั้งที่ฉันก็ว่าตัวเองมีความเป็นจิ๊กโก๋อยู่ในตัวไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะเราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าไม่ควรทำอะไรเสียงดังเอะอะตึงตัง จะเป็นการเสียมารยาท ขณะที่ฟลาเมงโกคือการแสดงอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่ ไม่มีการเหนี่ยวรั้ง การสะบัดมือ วาดเท้าต้องมีพลัง...อย่างที่ทำให้หลายคนเห็นแล้วก็คิดไปว่าการเต้นฟลาเมงโกไม่มีอะไรมากไปกว่าการกระทืบบาทาเร็วๆ และแรงๆ

ปัญหาอีกอย่างที่ฉันรู้สึกคือความเชื่องช้า ฉันหมุนตัวได้ไม่ดีนักและมักจะช้าเกินไปเสมอ อาจจะเป็นเพราะจุดศูนย์ถ่วงไม่ดี (ฮา) แต่ครูไม่เคยตำหนิ อาจจะเห็นว่าตัวกลมป๊อกแบบนี้ มันเต้นได้เป็นเพลงก็บุญแล้ว ตอนนี้แม้ว่าจะทำได้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ฉันอยากให้เป็น เพราะการฝึกฟลาเมงโก เราควรจะสามารถเต้นได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ

(เวลาฉันเต้นฟลาเมงโก้ คงจะคล้ายๆ อย่างนี้/ ภาพวาดโดยโบเตโร)

นอกจากการตบมือและย่ำเท้า ก็จะมีบทเรียนขั้นต้นคือเพลง Sevillanas (เซ-บิ-ยา-นาส) 4 เพลง ซึ่งใช้เวลาเรียนราวๆ 8-10 เดือน ในกรณีที่มาเรียนสัปดาห์ละครั้งและความจำไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก รวมทั้งรู้จักซ้อมที่บ้านเป็นครั้งคราว ครูจะให้ดีวีดีกลับมาดูด้วย แต่ดูแล้วอาจจะต้องกลั้นยิ้ม เพราะเสื้อผ้า-หน้า-ผมของคนในวิดีโอเป็นของยุค 20-30 ปีที่แล้วทั้งนั้น

ลักษณะการเรียนก็คล้ายๆ กับการเรียนดนตรีทั่วไปนั่นแหละ คือมาต่อเพลง ต่อท่ากันไปจนกว่าจะจบ แล้วก็ต้องฝึกซ้ำๆ กันทุกครั้งที่มาเรียน ตั้งแต่การตบมือ ย่ำเท้าต่างๆ เรียกว่าทำกันตั้งแต่บทที่ 1 ถึงบทเรียนล่าสุด ซึ่งอาจจะทำให้บางคนรู้สึกเบื่อ หลายคนเรียนไปได้ไม่กี่เดือนก็เลิก แต่ฉันชอบการฝึกแบบนี้ เพราะเท่ากับได้ทวนไปในตัว อีกอย่างก็คือ เมื่อเรียนไปนานๆ เซนเซ (ครูญี่ปุ่น) จะเร่งจังหวะเพลงให้เร็วขึ้น ซึ่งทำให้เราต้องเต้นเร็วขึ้นด้วย ผลก็คือเพลงที่เราเคยเต้นได้สบาย ก็จะไม่ใช่ของหมูๆ อีกต่อไป

เมื่อเรียนจบ Sevillanas ทั้ง 4 เพลง ก็จะได้เริ่มหัดเคาะกรับสเปน ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Castanet ส่วนคนสเปนจะเรียกว่า Castañuela (กัส-ตาญ-ยวย-ลา) ซึ่งน่าจะเป็นศัพท์เรียกแบบทางการ เพราะบางที ฉันก็เห็นในเว็บฟลาเมงโก้บางเว็บเรียกว่า pallilos (ปา-ยิ-โลส) แต่เซนเซเรียกสั้นๆ ว่า "ป๊า-โย่" กรับเจ้ากรรมนี้ ตอนเรียนใหม่ๆ ทำให้ฉันกลุ้มใจมากเพราะเคาะเท่าไหร่ก็ไม่ดัง ครูคนไทยบอกว่าหัดไปเถอะ สัก 2-3 เดือนก็จะดังเอง ฉันฟังแล้วไม่ค่อยจะเชื่อ ก็ดูมันไม่มีเววเอาเสียเลย พับผ่า

แต่ในที่สุด เมื่อผ่านไปประมาณ 3 เดือน ฉันก็ทำให้มันมีเสียงได้ แม้จะยังรัวได้ไม่ไพเราะเท่ามืออาชีพ แต่มันก็ดังล่ะ (วะ) โดยส่วนตัวแล้ว ฉันคิดว่ามันขึ้นอยู่กับกรับที่เราใช้ด้วย ถ้าได้อันที่เหมาะกับขนาดมือเราและทำจากไม้ดีๆ ไม่ต้องออกแรงมาก เสียงก็จะดังและเพราะมากๆ ด้วย ครูเคยบอกฉันว่ากรับดีๆ ราคาคู่ละประมาณสามหรือสี่พันบาททีเดียว ได้ยินราคาแล้ว ความอยากได้ก็ถดถอย สงสัยต้องรอไปซื้อตอนเซลส์ซะล่ะมั้ง...

(แต่สุดท้ายฉันก็ซื้อมาได้คู่นึง ตอนไปเที่ยวสเปน คู่ละ 5 ยูโรมั้ง ถ้าจำไม่ผิด เทียบเป็นเงินไทยก็ราวๆ สองร้อยบาท แต่ปรากฏว่าไซส์มันเล็กไปหน่อยสำหรับฉัน ใช้ไปแล้วก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่)

เริ่มต้น...

ย้ายมาจากอีกบล็อกนึง เพราะนึกไม่ออกว่าจะเขียนแยกไปทำไม (ตอนที่แยกบล็อกก็คิดอะไรอยู่ไม่รู้อะ) เขียนไว้นานแล้วแหละ ตั้งกะปี 2550 ได้มั้ง สำหรับตอนเก่าที่ย้ายบ้านมาก็จะลงวันที่เขียนกำกับไว้ตอนต้นเรื่องแล้วกันเนาะ
-----------
วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2550 (วันที่โพสท์ครั้งแรก)

ฉันเรียนฟลาเมงโก้มาได้เกือบจะสองปีแล้วมั้ง ค่อยเรียนค่อยรู้ไปอย่างช้าๆ นับว่าถูกใจฉันที่ไม่ชอบทำอะไรเร็วๆ โดยไม่จำเป็น

ยังจำได้ว่า เปิดเจอโรงเรียนสอนฟลาเมงโก้ในหน้านิตยสารผู้หญิงหัวนอกฉบับหนึ่ง ตอนนั้น ฉันกำลังเบื่อโลก อยากจะหาอะไรที่ทำแล้วชื่นใจ ไม่ใช่ว่าวันๆ เอาแต่ทำงานงกๆ อย่างเดียว

ตอนแรกที่อ่านบทความนั้น ฉันก็นึกในใจว่าอยากเรียนจังเลย แต่...ฉันก็ทิ้งความคิดนั้นให้ผ่านเลยไป เหมือนอะไรหลายอย่างในชีวิตที่ฉันปล่อยให้ผ่านเลยเพราะนิสัยเฉื่อยชาและไม่ชอบทำธุระเกี่ยวกับการติดต่อจัดการ

แล้ววันหนึ่ง ฉันก็ฮึดขึ้นมา บอกตัวเองว่าจะรอทำไม? ฟลาเมงโกคือสิ่งที่ฉันชอบมาตั้งนานนม อาจจะไม่ใช่ในแบบรักแรกพบ แต่มันอยู่ในใจฉันเสมอ

เมื่อตอนที่ฉันยังเด็ก สถานที่ที่เปิดสอนฟลาเมงโกนั้น มีอยู่ที่เดียวคือมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งต้องสอบเอ็นทรานซ์เข้าไป ซึ่งในตอนนั้น มันคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย (สอบเอ็นฯ ไปเรียนฟลาเมงโก? จบออกมาจะทำอะไรกิน?)

ฉันก็คงเหมือนผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ตอนยังอายุน้อยๆ ต้องทิ้งความฝัน (หรือในที่นี้อยู่ในขั้นที่เป็นแค่ความ "อยาก") ของตัวเองไป เพราะในรายการอันดับสิ่งสำคัญในชีวิต ฟลาเมงโกไม่ได้อยู่อันดับต้นๆ

ตอนนี้ เหมือนความฝันแบบเด็กๆ กลับมาอยู่ตรงหน้า รอแค่เอื้อมมือไปคว้ามา ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องรั้งรออีก

ฉันเขียนอี-เมลไปถามรายละเอียด แล้วก็ได้เบอร์โทรศัพท์ แล้วฉันก็โทรศัพท์ไปนัดหมายเพื่อลองเรียน (ฟรี) กับเพื่อนและรุ่นพี่อีก 2 คน สุดท้ายก็เหลือฉันคนเดียวที่ตัดสินใจเรียนอย่างจริงจัง

ในช่วงแรกที่ฉันเข้าไปเรียน มีครูสอน 2 คน ครูชาวญี่ปุ่นจะเป็นคนเล่นกีตาร์ ครูคนไทยจะเป็นคนสอนท่าเต้น

ฉันชอบการเรียนที่นี่ เพราะฉันเป็นนักเรียนคนเดียว ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร ไม่ต้องอายใครและไม่ต้องกลัวโดนล้อ และครูที่สอนก็ใจดีมาก จริงๆ นะ ฉันว่าเรื่องเหล่านี้สำคัญ คนที่ไม่เคยเรียนเต้นรำมาก่อน แล้วต้องมาหัดคงจะเข้าใจ โดยเฉพาะคนเที่เริ่มต้นตอนที่ไม่ใช่เด็กแล้ว รูปร่างก็ใช่ว่าจะดี ถ้าเราอยู่ในคลาสใหญ่ๆ ที่มีคนเยอะแยะ และคนอื่นก็ดูเหมือนจะเก่งกว่า (และเด็กกว่า/ผอมกว่า) เรา ใครๆ ก็ใจฝ่อทั้งนั้นแหละ ยิ่งถ้าเราหัวช้า เรียนช้า ก็จะกลายเป็นตัวถ่วงเพื่อนๆ อีกด้วย โอกาสที่เราจะมั่วๆ ไปเพื่อให้ตามเขาทันก็จะมีมาก ผลก็คือได้วิชาไม่เต็มร้อย ส่วนครูก็อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง หรือเกิดได้ครูปากร้าย ชอบว่าเหน็บแนม ก็จะยิ่งไม่อยากเรียน

ประสบการณ์อย่างนี้ฉันรู้ดี อย่างตอนฉันไปเรียนว่ายน้ำ ครูที่สอนชอบว่าจิก แถมยังชอบตี มันไม่เจ็บหรอก แต่ฉันก็ไม่ชอบและรู้สึกว่าน่ารำคาญ เพราะทุกคนที่ไปเรียนคือผู้ใหญ่ที่ว่ายน้ำไม่เป็น ไม่ใช่เด็กเล็ก ผลก็คือ ฉันไปไม่กี่ครั้ง ก็ขอสวัสดีลาก่อน และจนบัดนี้ ฉันก็ยังว่ายน้ำไม่เป็น

โชคดีที่ชั้นเรียนฟลาเมงโก้ของฉันไม่เป็นอย่างนั้น...

(เอาแค่นี้ก่อน หิวข้าวละ ไว้วันหลังค่อยมาเล่าต่อ)

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 03, 2555

Bangkok Guitar Fiesta 2012


อาจจะกระชั้นชิดไปหน่อย แต่ขอแจ้งข่าวแบบด่วนๆ ว่า Bangkok Guitar Fiesta ครั้งที่ 2 กำลังเกิดขึ้น ณ บัดนาว งานนี้จัดระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ มีศิลปิน 4 รายมาแสดงและจัดเวิร์ตชอพสำหรับผู้ที่สนใจ ได้แก่ Tango in Guitar (Tango), Frank Bungarten (Classical), Vitaly Makukin (Tapping) และ 12 Curedas (Flamenco)  บัตรคอนเสิร์ตราคา 1,500 บาท, 900 บาท และบัตรเวิร์คชอพราคา 900 บาท ต่อหนึ่งชุดการแสดงและเวิร์คชอพหนึ่งคร้ัง มีจำหน่ายที่ Thaiticketmajor (02-262-3456) ไปชมรายละเอียดการแสดงได้ที่เว็บไซต์ของงาน : www.bangkokguitarfiesta.com

วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 08, 2554

Bangkok Guitar Fiesta 2011



ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้พบกับเทศกาลกีตาร์คลาสสิคประจำปีของไทยค่ะ โดยปีนี้จะมีนักกีตาร์ฟลาเมงโกจากสเปนมาโชว์ในรูปของวงสี่ชิ้นคือคณะ Victor Monge Serrantino ในวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 19.30 น. ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยจะมีการเปิดเวิร์คชอพสำหรับผู้ที่สนใจในวันเดียวกัน เวลา 10.00-12.00 น. ที่ห้องประชุม 1 ศูนย์วัฒนธรรมฯ ค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และเฟซบุ็๊คข้างล่างค่ะ:

ส่วนบัตรคอนเสิร์ตและเวิร์คชอพ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของ Thai Ticket Major ค่ะ

The Bangkok Guitar Fiesta 2011 (Classical and Flamenco Guitar)
25-27 February 2011 • Thailand Cultural Centre - Small Hall
All concerts start at 19:30 hrs
For more information, please take a look at

For the concert and workshop tickets, Please check out at Thai Ticket Major website:

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 21, 2553

"Flamenco, Flamenco" de Carlos Saura (Trailer)

ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ การ์โลส เซาร่า (Carlos Saura) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวสเปนที่ทำหนังเกี่ยวกับฟลาเมงโกมาแล้วหลายเรื่อง เช่น Iberia ที่เคยมาฉายในเทศกาลภาพยนตร์ในบ้านเรา สำหรับ Flamenco, Flamenco นี้มีกำหนดออกฉายราวกลางเดือนพฤศจิกายน (ในบ้านเขา) นับว่าน่าดูชมอย่างยิ่ง เพราะเต็มไปด้วย "ดาว" ของโลกฟลาเมงโกรุ่นเก่าและใหม่ อาทิ ปาโก้ เด ลูเซีย, ซาร่า บาราส, เอบา เยรบาบวยนา, เอสเตรลล่า โมเรนเต้, ฟารุกิโต้ ฯลฯ ที่จริง แค่ดูหนังตัวอย่างข้างล่างก็ชวนตาลุกแล้วล่ะค่ะ

วันเสาร์, กันยายน 11, 2553

Sangre Flamenca in ICP 2010

เวลา 19.30 น. วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553 นี้ พบกันการแสดงฟลาเมงโกชุด Sangre Flamenca (ในรายการของ ICP-Bangkok's 12th International Festival of Dance and Music จะลงชื่อการแสดงชุดนี้ไว้ว่า Sangre Flamenco อย่างไรก็ตาม เมื่อลองเช็คจากหลายเว็บไซต์ และตามหลักไวยากรณ์ภาษาสเปน น่าจะเป็น Sangre Flamenca มากกว่า/ข้อสังเกตจากผู้เขียน) ซึ่งมีความหมายว่า "สายเลือดฟลาเมงโก" (Flamenco Blood) เป็นการแสดงของคณะ Nuevo Ballet Español ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมมาแล้วจากหลายประเทศที่พวกเขาไปเปิดการแสดง ด้วยการผสมผสานเทคนิคการเต้นฟลาเมงโกแบบคลาสสิกเข้ากับศิลปะการเต้นร่วมสมัยได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ท่าเต้นของรายการนี้ได้รับการออกแบบโดย อันเฆล โรฆัส (Angel Rojas) และ การ์โลส โรดริเกซ (Carlos Rodriguez) ทั้งสองเคยได้รับรางวัลด้านการออกแบบท่าเต้น Spanish Annual Dance and Flamenco Choreography มาแล้วเมื่อปีค.ศ. 1994

บัตรเข้าชมราคา 600/ 1,200/ 1,600/ 2,000/ 2,500 บาท ไปดูรายละเอียดของการแสดงและการซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้าเว็บของ Thai Ticket Major ค่ะ และเช่นเคยนะคะ อย่าลืมว่านอกจากค่าเข้าชมแล้ว คุณยังต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกบัตรอีก 10 บาทค่ะ

Nuevo Ballet Español's Sangre Flamenca* show will be on stage at 7.30 pm, Sunday 19th September 2010 at Thai Cultural Center. Please see details at Thai Ticket Major web page.

* It's appeared in ICP prgramme as "Sangre Flamenco".

วันจันทร์, สิงหาคม 17, 2552

Flamenco in Bangkok's 11th International Festival of Dance and Music

มาแล้วจ้า เทศกาลการแสดงดนตรีและศิลปะการเต้นรำที่เรารอคอย ปีนี้ก็จัดให้มีการแสดงฟลาเมงโกเช่นเคย โดยจะเป็นคิวของการ์เมน โมตา (Carmen Mota) ในชื่อชุดว่า 'Fuego' (ไฟ) โดยจะเป็นฟลาเมงโกสไตล์ประยุกต์ที่ใช้เพลงร่วมสมัย อย่างเช่น เพลงร็อค ร่วมกับการบรรเลงดนตรีสดในแบบดั้งเดิม อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบฟลาเมงโกแบบเทรดิชั่นมากนัก แต่เท่าที่ดูจากภาพถ่ายก็ถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจทีเดียวค่ะ

โชว์ครั้งนี้จะร้อนแรงแค่ไหน ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองกันที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม เวลา 19.30 น. และ รอบวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม เวลา 19.30 น. (เรื่องวันและเวลาแสดงนี้ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดอีกทีนะคะ เพราะในเว็บไซต์ของ thaiticketmajor ระบุไว้ในภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่เหมือนกันเลยค่ะ)

ราคาบัตรคือ 3,000 / 2,200 / 1,700 / 1,300 / 600 บาท
ดูรายละเอียดและซื้อบัตรเข้าชมได้ที่นี่ค่ะ

เว็บไซต์ของการ์เมน โมตา: http://www.carmenmota.com/ (เป็นภาษาสเปนล้วนๆ ค่ะ ^^ แต่ถ้าใช้ google translate ก็พอจะถูไถไปได้)

วันอาทิตย์, สิงหาคม 03, 2551

หนุ่มน้อย, ฟลาเมงโก้และเพลงฝรั่งเศส

เดี๋ยวจะหาว่ามีแต่เรื่องของนักเต้นฝ่ายหญิง วันนี้มีนักเต้นฝ่ายชายรุ่นใหม่มาให้ได้รู้จักกัน หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเสียด้วย ชื่อของเขาคือ ปาสกาล กาโอนา (Pascal Gaona)

เอ๊ะ ได้ยังไง? ชื่อแบบนี้ไม่เห็นจะใช่คนสเปน

ถูกต้องแล้วค่ะ พ่อหนุ่มคนนี้มาจากเมืองน้ำหอม หลงใหลศิลปะการเต้นของชาติเพื่อนบ้านจนหอบผ้าหอบผ่อนมาร่ำเรียนวิชาถึงแดนกระทิงดุตั้งแต่ปี 2535 แล้วก็นับว่าเป็นนักเต้นที่มีฝีมือพอตัวทีเดียว--เก่งขนาดที่ได้เป็นสมาชิกชาวต่างชาติเพียงคนเดียวของคณะบัลเล่ต์แห่งชาติสเปน (Spanish National Ballet Company) เชียวนะ

ปาสกาลเป็นชาวฝรั่งเศสตอนใต้ เขตที่เรียกว่า “เฟรนช์ บาสก์” (French Basque) ซึ่งเป็นเขตที่ติดสเปนแค่เทือกเขาพีเรเนส์ขวาง ปาสกาลบอกว่าเขามีญาติพี่น้องทางสเปนด้วย จึงกล่าวได้ว่าเขาก็มีเชื้อสายสเปนอยู่ในตัวเหมือนกัน ตอนเด็กๆ ได้รับอิทธิพลทางดนตรีฟลาเมงโก้จากศิลปินดังอย่าง กามารอน (Camarón) และ อันโตนิโอ กาเดส (Antonio Gades) รวมทั้งดนตรีคลาสสิกของสเปนโดย ฟาย่า (Falla) และ อัลเบนิซ (Albéniz)

พี่สาวของปาสกาลนั้นเรียนเต้นฟลาเมงโก้ที่โรงเรียนของคุณป้าของเขา ปาสกาลเองก็เรียนๆ เล่นๆ จนกระทั่งอายุราวๆ ยี่สิบนั่นแหละถึงจะรู้ตัวว่าหลงรักศิลปะแขนงนี้เข้าอย่างจัง ทำให้เขาตัดสินใจได้ว่าอยากเป็นนักเต้นอาชีพแทนการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ว่าแล้วก็เก็บกระเป๋าไปอยู่ที่สเปนหลังจากได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมคณะของราฟาเอล อากิลาร์ (Rafael Aguilar) โดยที่แทบจะไม่กระดิกหูภาษาสเปนเลย อยู่ๆ ไปก็ใช้เวลาว่างระหว่างหยุดพักทัวร์การแสดงของคณะไปเรียนวิชาเพิ่มเติมจากสุดยอดพระอาจารย์ฟลาเมงโก้ทั้งหลาย ต่อมาก็ได้ร่วมงานกับศิลปินฟลาเมงโก้ดังๆ อย่าง โฆเซ อันโตนิโอ (José Antonio), อันโตนิโอ มาร์เกซ (Antonio Márquez) และไอดา โกเมซ (Aída Gómez) ซึ่งป้าไอดานี่แหละที่เป็นผู้ชักนำเขาเข้าสู่แวดวงของคณะบัลเล่ต์แห่งชาติสเปน

ปาสกาลเรียนการเต้นมาหลายประเภท นอกจากฟลาเมงโก้ เขาก็เต้นได้ทั้งคลาสสิกและโมเดิร์นรวมถึงระบำพื้นบ้านสเปน จริงๆ แล้ว เขาสารภาพว่าไม่ค่อยได้เต้นฟลาเมงโก้เท่าไหร่นัก แต่ชีวิตเขาก็แวดล้อมด้วยนักเต้นฟลาเมงโก้เก่งๆ มาตลอด ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและสามารถกำกับและออกแบบท่าเต้นของฟลาเมงโก้ได้ เขาชอบสไตล์การเต้นแบบเรียบง่ายและเนี้ยบ สเต็ปของเขาจะไม่ซับซ้อนจนเกินไป ล่าสุดเขากำลังทำโชว์ฟลาเมงโก้ชื่อ Fl@menco.fr เป็นการเต้นฟลาเมงโก้แนวฟิวชั่น โดยใช้เพลงฝรั่งเศสประกอบ เพราะเป็นคนฝรั่งเศสที่ใช้ชีวิตอยู่ในสเปนมานาน คนสองโลกอย่างเขาจึงอยากผสมผสานความเป็นสองดินแดนนี้ออกมาให้คนอื่นได้เห็น เขาบอกไว้ในบทสัมภาษณ์ว่า “สำหรับผมแล้ว ทั้งฟลาเมงโก้และเพลงฝรั่งเศสคือการแสดงถึงความรู้สึก...ถึงความจริงแท้ ทั้งสองอย่างล้วนแสดงให้เห็นเสียงร่ำไห้และความเศร้าโศกในวิถีของมันเอง”

โชว์ชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานเพลงชุด Chanson Flamenca ของ เปโดร โอเฆสโตร (Pedro Ojestro) และ มานูเอล เด มาเรีย (Manuel de María) ซึ่งเป็นการนำเพลงคลาสสิกของฝรั่งเศสมาตีความใหม่ในรูปของดนตรีฟลาเมงโก้ ปาสกาลนำเพลงเหล่านั้นมาร้อยเรียงและสร้างเรื่องราว โดยมีพล็อตคร่าวๆ มาจากชีวิตของเขาเอง นั่นคือเรื่องของชายหนุ่มชาวฝรั่งเศสและการเดินทางสู่โลกฟลาเมงโก้ของเขา ปาสกาลกำหนดให้โชว์ชุดนี้เป็นลูกผสมของการเต้น การละครและการร้อง เขาใช้นักเต้นแทนนักแสดง และตัวเขาเองก็ลงทุนร้องเพลงเองด้วย สุ้มเสียงก็น่าจะใช้ได้อยู่หรอก ในเมื่อเขาลงทุนร่ำเรียนการร้องเพลงมาตั้งแต่เมื่อสี่ปีที่แล้วเพราะอยากจะลองแสดงละครเพลงดูบ้าง

จุดเด่นอีกอย่างคือเวทีและฉากหลังซึ่งใช้แสงสีเสียงที่แตกต่างไปจากโชว์ฟลาเมงโก้ที่เคยเป็นมา โดยเขาบอกว่าเปรียบให้เป็นเหมือน”เว็บเพจ” บนโลกอินเตอร์เน็ทซึ่งเขาคิดจินตนาการไปว่าคือสถานที่ที่เกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้น ปาสกาลยังคิดว่าโลกไซเบอร์นั้น “เป็นที่ที่เหมาะมากที่จะเผยแพร่และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับฟลาเมงโก้ ปัจจุบันนี้ เว็บไซต์คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกฟลาเมงโก้ มันไปได้ทุกที่ คุณสามารถพูดคุยกับทุกคนจากทุกประเทศ น่าสนใจมากเลยล่ะ”

แวะไปดูเว็บไซต์ของเขาได้ที่ http://www.pascalgaona.com/

อ่านบทสัมภาษณ์ของเขาเกี่ยวกับ Fl@menco.fr ได้ที่นี่

วันอาทิตย์, มิถุนายน 29, 2551

Sara Baras ซูเปอร์สตาร์แห่งโลกฟลาเมงโก้

ซาร่า บาราส หรือชื่อเต็มว่า ซาร่า เปเรย์รา บาราส (Sara Pereyra Baras) เกิดเมื่อปีค.ศ. 1971 ที่เมืองกาดิซ (Cadiz) ซึ่งอยู่ทางใต้ของสเปน เริ่มเรียนเต้นรำตั้งแต่ 8 ขวบในโรงเรียนของกอนชา บาราส (Concha Baras) ซึ่งเป็นแม่ของเธอเอง เธอเริ่มออกแสดงตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นโดยอยู่ในคณะ Los Niños de la Tertulia Flamenca ซึ่งเคยแสดงต่อหน้าพระพักตร์ของพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน

ซาร่าเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อเธอเข้าร่วมคณะของมานูเอล โมราโอ (Manuel Morao) ในปีค.ศ. 1989 และออกแสดงในงาน Alhambra 89 Flamenco Theatre Festival ที่กรานาดา เธออยู่กับคณะนี้หลายปีทีเดียวและออกแสดงในหลายงานหลายประเทศ รวมทั้งที่ทาวน์ฮอลเธียเตอร์ของกรุงนิวยอร์ค ในปีค.ศ. 1993 เธอก็ได้รางวัล Madroño Flamenco of Montellano หรือรางวัลนักเต้นฟลาเมงโกที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี ซึ่งเป็นหนึ่งในอีกหลายๆ รางวัลที่เธอได้รับในเวลาต่อมา

หลังจากนั้น ซาร่าก็ออกตระเวณแสดงกับศิลปินฟลาเมงโก้ที่มีชื่อเสียงมากมาย ทั้งในและนอกบ้านเกิด ที่น่าสนใจคือในช่วงปีค.ศ. 1996-1997 เธอร่วมแสดงกับอันโตนิโอ กานาเลส (Antonio Canales) สุดยอดนักเต้นฟลาเมงโก้ในฐานะนักเต้นรับเชิญของการแสดงชุด Gitano (“Gypsy”) ของเขา เธอยังกลับไปแสดงกับคณะของกานาเลสอีกครั้งในปีค.ศ. 1998 โดยเป็นนักเต้นรับเชิญของโชว์ชุด La Huella de España ("Traces of Spain") ซึ่งเป็นรายการแสดงเพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบร้อยปีการประกาศอิสรภาพของประเทศคิวบา นับว่าทั้งคู่มีสายสัมพันธ์อันดีต่อกันไม่น้อย

ซาร่า บาราสเริ่มตั้งคณะของตัวเองในปีค.ศ. 1997 และแสดงปิดท้ายรายการในงาน Festival Nacional de Cante de las Minas การแสดงที่ผ่านมาของคณะของเธอได้แก่ Sensaciones, Sueños และ Sabores การแสดงทุกชุดได้รับความนิยมและเสียงชื่นชมอย่างมาก นอกจากนี้เธอยังปรากฏตัวในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Juana la Loca (2001) และ Mariana Pineda (2002) และ Iberia ของผู้กำกับฯ การ์โลส เซารา รวมทั้งแสดงในฉากเปิดเรื่องของ Mission Impossilble II

นอกจากชื่อเสียงโด่งดังเปรียบได้ดังไอดอลของวงการฟลาเมงโก้แล้ว รูปร่างหน้าตาสวยสง่าและบุคลิกที่โดดเด่นของซาร่ายังถูกใจเหล่าดีไซเนอร์อีกด้วย ทั้งนี้ เธอยังเคยเดินแบบให้อามาย่า อาร์ซัวกา (Amaya Arzuaga) ในงานแฟชั่นวีคที่ลอนดอน และเป็นนางแบบให้ฟรานซิส มอนเตซิโนส (Francis Montesinos) ในงานแฟชั่นโชว์ที่มาดริดและลิสบอน ซาร่ายังออกคอลเล็คชั่นชุดชั้นในของตัวเองและสาวๆ ในคณะของเธอโดยทำงานร่วมกับไทรอัมพ์ นอกจากนี้เธอยังไปถ่ายแบบเครื่องประดับอัญมณีให้กับคาเทียร์

ผลงานล่าสุดของคณะนักเต้นซาร่า บาราสก็คือ Carmen ซึ่งซาร่า บาราสจะเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นและเวที โดย ‘คาร์เมน’ ของเธอจะพัฒนาจากตัวละครในนิยายของพรอสเพร์ เมริเม่ (Prosper Mérimée) ซึ่งเธอรู้จักนิยายเรื่องนี้มาตั้งแต่เล็กๆ และบอกว่า ‘คาร์เมน’ เวอร์ชันที่เธอจดจำได้มากที่สุดก็คือภาพยนตร์ที่นำแสดงโดยอันโตนิโอ กาเดส (Antonio Gades) นักเต้นฟลาเมงโกระดับเทพผู้ล่วงลับไปแล้ว ตำนานรักแสนเศร้าของสเปนเรื่องนี้ยังกลายเป็นโอเปร่าเรื่องดัง ประพันธ์โดยจอร์จ บิเซต์ (Bizet) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นผลงานที่ซาร่าพยายามหลีกเลี่ยงนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการแสดงครั้งนี้ เพราะเธอบอกว่า “ไม่ต้องการทำซ้ำในสิ่งที่ทุกคนรู้จักดีอยู่แล้ว”

ดังนั้นดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงจึงเป็นบทเพลงสไตล์ฟลาเมงโก้ทั้งหมด กำกับดนตรีโดยโฆอัน บาเลนต์ (Joan Valent) โดยจะไม่ใช้บทประพันธ์เพลงของบิเซต์เลย แต่จะมีการใช้บางส่วนของบทเพลงจากฝีมือของปาโก เด ลูเซีย (Paco de Lucía) ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้ในภาพยนตร์เรื่อง Carmen ของการ์โลส เซาราและนำแสดงโดยอันโตนิโอ กาเดสเรือ่งที่ฝังใจซาร่าเอามากๆ นั่นเอง

ทางด้านนักเต้นชายที่จะมาเต้นคู่กับซาร่าก็คือโฆเซ เซร์ราโน (José Serrano) ในบท ‘เอล โตเรโร’ (El Torero) หรือนักสู้วัวกระทิง อีกรายคือลูอิส ออร์เตกา (Luis Ortega) ในบทของ ‘ดอน โฆเซ’ (Don José) แน่นอนว่า ‘คาร์เมน’ ของซาร่า บาราสจะไม่เหมือนกับ ‘คาร์เมน’ ของไอดา โกเมซ (Aida Gomez) ที่ผู้ชมชาวไทยเคยชมการแสดงชุดนั้นมาแล้วเมื่อราว2-3 ปีก่อน ซาร่า อธิบายถึงตัวละครที่เธอจะสวมบทบาทว่าเป็นคนที่ “อ่อนหวาน น่ารักน่าใคร่ พยายามจะลิขิตชะตาชีวิตของตัวเองและเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก” โดยเธอมีความเห็นว่า Carmen ก็คือเรื่องราวโศกนาฏกรรมของหญิงสาวที่พยายามเรียกร้องเสรีภาพให้ตนเอง

ปัจจุบันซาร่ามีเว็บไซต์ของเธอเองคือ http://www.sarabaras.com/ แต่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง

Source : Wikipedia.com, esflamenco.com

หมายเหตุ
ซาร่า บาราสจะมาแสดงที่กรุงเทพฯ ในงานมหกรรมดนตรีและศิลปะการแสดงนานาชาติครั้งที่ 10 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2551 ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดแน่ชัดว่าเธอจะแสดงเรื่อง Carmen หรือ Sabores ซึ่งเป็นโชว์ชุดก่อนหน้า แต่ที่แน่ๆ คือบัตรเข้าชมจำหน่ายราคา 3,000 / 2,200 / 1,700 / 1,300 / 600 บาท จองกันได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/performance/icp_2008.php

วันอังคาร, เมษายน 08, 2551

Museo del Baile Flamenco

เพิ่งได้มีโอกาสไปเยือน Museo del Baile Flamenco (Museum of Flamenco Dance) ที่เมืองเซบิญ่า (Sevilla/ Seville) ประเทศสเปน มาค่ะ เป็นพิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยมที่รวบรวมเรื่องราวและความรู้เกี่ยวกับการเต้นฟลาเมงโก้มาจัดแสดงโดยใช้ระบบแสง สี เสียงและอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ ขนาดคนที่ไม่ใช่คอฟลาเมงโก้ยังต้องทึ่ง

ภายในพิพิธภัณฑ์มี 4 ชั้น ให้อิสระคนดูอย่างเต็มที่ ไม่มีการเฝ้ายามหรือมีเจ้าหน้าที่คอยเดินตามจับจ้อง จะถ่ายรูปเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีการห้าม เริ่มจากชั้นใต้ถุนจะคงลักษณะของตึกเดิมเอาไว้ ซึ่งเป็นอาคารในยุคศตวรรษที่ 18 ถัดขึ้นไปคือชั้นล่างจะเป็นร้านขายของที่ระลึก มีเวทีเล็กๆ และพื้นที่เปิดสอนการเต้นฟลาเมงโก้ ส่วนชั้นที่ 1 (หรือถ้านับแบบบ้านเราก็คือชั้นที่ 2) จะเป็นส่วนของการจัดแสดงเรื่องราวน่ารู้ของศิลปะแขนงนี้ในลักษณะของอินเตอร์แอ็คทีฟ เป็นชั้นที่น่าสนใจและน่าสนุกมากๆ ชั้นนี้จะมืดๆ นิดนึง คงเพราะต้องการสร้างบรรยากาศ ยิ่งถ้ามีคนน้อยๆ จะยิ่งได้อารมณ์ขลังมากเลยค่ะ

เดินเข้าไปในห้องแรกจะเป็นการฉายวิดีโอความเป็นมาโดยย่อของฟลาเมงโก้ ซึ่งตัดต่อและเล่าเรื่องได้น่าเพลินทีเดียวค่ะ ในห้องถัดมา ฟากหนึ่งจะเป็นจอขนาดใหญ่ ฉายภาพการเต้นฟลาเมงโก้ในรูปแบบต่างๆ ใต้จอจะมีตู้โชว์รองเท้านักเต้นดังๆ ด้วย ขณะที่อีกฟากหนึ่งจะมีหน้าจอแบบทัชสกรีนและเมาส์ลูกกลิ้งวางเรียงรายบนแท่นใส ซึ่งมีเมนูภาษาให้เลือกหลายภาษาทีเดียว ที่น่าสนใจคือมีภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นด้วย ใครที่ร่ำเรียนฟลาเมงโก้หรือสนใจการเต้นคงถูกใจเพราะจะมีคำอธิบายเกี่ยวกับเทคนิคการเต้น การวางท่าทางและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง การใช้อุปกรณ์ประกอบต่างๆ อย่างค่อนข้างละเอียดและชัดเจนโดยมีภาพกราฟิกเคลื่อนไหวประกอบ
ห้องถัดมาเป็นวิดีโอเล่าเรื่องเด่นๆ ในประวัติศาสตร์ฟลาเมงโก้และบทสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจ ตรงนี้มีเมนูให้เลือกภาษาได้อีกเช่นเคย ดูกันพอเพลินๆ ก็จะโผล่ไปที่ห้องสุดท้ายซึ่งจัดแสดงเสื้อผ้าและข้าวของของนักเต้นที่มีชื่อเสียงหลายคน (และหลายชุด) ซึ่งไม่ใช่แค่จัดโชว์เฉยๆ นะคะ แต่จะมีเสียงบรรยายซึ่งก็ไม่ได้บรรยายแบบทื่อๆ แค่ว่าเป็นชุดของใคร ใส่ที่ไหน แต่จะเป็นคล้ายๆ บทละครสั้นๆ แสดงความรู้สึกนึกคิดหรืออารมณ์ในแต่ละยุคสมัยด้วย เรียกว่าคนทำโปรเจ็คต์ทำได้อย่างละเอียดอ่อนมากเลยทีเดียว ด้านริมทางเดินนอกห้องก็ตกแต่งด้วยภาพพิมพ์และภาพถ่ายของนักเต้นดังๆ รวมทั้งตู้ข้อมูลให้เราเรียกดูข้อมูลของนักเต้นคนที่โด่งดังทั้งในอดีตและในปัจจุบัน
ชั้นบนสุดคือชั้นที่ 2 (หรือชั้นที่ 3 ของเรา) จะเป็นห้องนิทรรศการซึ่งเข้าใจว่าคงจะจัดหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ช่วงที่ไปนั้นเป็นนิทรรศการของบิเซนเต้ เอสกูเดโร (Vicente Escudero) ซึ่งเป็นยอดนักเต้นสายเลือดยิปซีที่ยิ่งใหญ่มากคนหนึ่งในช่วงศตวรรษที่ 20 พื้นที่ส่วนหนึ่งมีภาพวาดฝีมือเขาแสดงโชว์ไว้ด้วย ซึ่งดูๆ ไปก็เหมือนภาพวาดลายเส้นของเด็กๆ แต่สีสันและลีลาน่าเอ็นดูทีเดียว

ใครที่มีโอกาสไปเซบิญ่า อย่าลืมไปชม Museo del Baile Flamenco ให้ได้นะคะ พิพิธภัณฑ์นี้ไปไม่ยากค่ะ แต่หลงได้ง่ายเหมือนกัน แม้ว่าจะมีป้ายบอกทางเพราะในสเปนนั้น บางที เดินๆ ไปได้ระยะหนึ่ง ป้ายก็หายวับไปซะงั้น หรือเจอทางแยก แต่ไม่มีป้ายบอก ต้องเสี่ยงดวงมั่วกันเอาเอง ถ้าตั้งต้นกันที่วิหารประจำเมืองจะง่ายที่สุด วิหารแห่งเซบิญ่านี้ใหญ่โตโอฬารมาก ไม่มีทางที่จะหาไม่เจอเด็ดขาด ส่วนใหญ่คนจะเดินมาทางถนนใหญ่ชื่อ Avenida de la Constitución ซึ่งจะมีรางรถรางอยู่ด้วย ถ้าวิหารอยู่ทางขวามือของคุณก็ง่ายเลยค่ะ พอเดินจนสุดเขตวิหารให้มองขวาเพื่อหาถนนชื่อ Alemanes (ตัวย่อ C/ ในภาษาสเปนคือคำว่า Calle หมายถึง “ถนน” ค่ะ) เดินเลาะถนนนี้ไปนิดนึงก็จะเจอถนน Placentines ให้เลี้ยวซ้าย ถึงตอนนี้ ถนนจะเริ่มมีหน้าตาเหมือนตรอกเล็กๆ มากกว่า สักพักหนึ่งก็จะเจอทางแยก ให้เลี้ยวไปทางขวาเข้าถนนชื่อ Estrella เดินไปอีกนิดก็จะเจอทางแยก ให้ไปช่องซ้าย ถนนจะไม่ค่อยตรงนัก พยายามหาถนนชื่อ Manuel Rojas ให้เจอ แล้วมองหาธงแดงผืนโตที่แขวนเรียงอยู่หน้าตึก เห็นเมื่อไหร่ก็แปลว่าคุณเจอพิพิธภัณฑ์นี้แล้วค่ะ

สำหรับค่าเข้าชมนับว่าแพงพอสมควรคือ 10 ยูโร แต่ก็เรียกว่าคุ้ม ชมพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการเสร็จแล้ว จะไปแอบดูชั้นเรียนฟลาเมงโก้ที่เปิดสอนกันอยู่ก็ได้ แถมบางวันก็จะมีโชว์ให้ดูกันฟรีๆ อีกด้วย เขามีไกด์ส่วนตัวไว้บริการด้วยนะคะ แต่ต้องติดต่อจองตัวกันล่วงหน้า ส่วนในร้านขายของที่ระลึก (tienda/ shop) ก็มีสินค้าเกี่ยวกับฟลาเมงโก้ให้เลือกชมกันไม่น้อย แต่ราคาส่วนใหญ่ก็แพงใช้ได้เลยทีเดียว จะมีที่ไม่แพงมากก็คือกรับสเปน แบบที่ทำจากพลาสติกผสม (คนขายที่นั่นบอกว่าเป็นวัสดุใหม่ ทำให้กรับมีเสียงดังก้องกว่ากรับไม้ ซึ่งก็จริงค่ะ ไม่ต้องออกแรงมากก็ดีดได้ดังกังวาน แต่อาจจะฟังไม่นุ่มหูเท่า) หน้าตาดูดีทีเดียว ราคาเพียงคู่ล่ะ 5 ยูโรเท่านั้น ถ้าเป็นแบบที่ทำจากไม้ ก็ราคาประมาณ 12 ยูโร นอกจากนี้ยังมีแบบที่เพ้นต์สีต่างๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดู ซึ่งแบบหลังนี้แอบเห็นว่ามีวางขายในร้านข้างนอกและราคาถูกกว่าเล็กน้อย แต่ไม่มีสีให้เลือกมากเท่าที่นี่ ขนาดสีแปลกๆ อยางสีม่วง สีเทายังมีเลยค่ะ
Museo del Baile Flamenco อยู่ที่ถนน Manuel Rojas Marcos เลขที่ 3 เมืองเซบิญ่า ประเทศสเปน
โทรศัพท์: 00.34.954.34.03.11 แฟกซ์: 00.34.954.34.03.64 ส่วนเว็บไซต์มีลิงค์อยู่ทางขวามือค่ะ

วันเสาร์, ตุลาคม 06, 2550

Flamenco on Screen



ในเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ เมื่อปีก่อน มีการจัดไฮไลท์เป็น Dance Movies หรือภาพยนตร์เกี่ยวกับการเต้นรำหลากรูปแบบให้ชมกันหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ Iberia ภาพยนตร์จากสเปนของผู้กำกับ การ์โลส เซาร่า (Carlos Saura) ในสูจิบัตรของงานบรรยายไว้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ "พูดถึงบรรยากาศการเตรียมงาน และการถ่ายทำหนังเพลง นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมชุดท่าเต้นที่ใช้ในเพลง “Iberia” ซึ่งเป็นผลงานของ Isaac Albéniz นักแต่งเพลงชาวสเปนในศตวรรษที่ 19 นอกจากจะได้ฟังบทเพลงอันไพเราะจาก Albéniz หนังเรื่องนี้ยังเป็นการรวมตัวของนักเต้นระดับโลกที่จะมาร่ายรำในท่วงท่าของบัลเล่ต์ ระบำร่วมสมัย ระบำสเปน และฟลามิงโก*" ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีนักเต้นฟลาเมงโก้ระดับ "ดารา" อย่าง อันโตนิโอ กานาเลส (Antonio Canales) และ ซาร่า บาราส (Sara Baras) ซึ่งเคยมาเปิดการแสดงในบ้านเราแล้ว ร่วมแสดงอยู่ด้วย

หมายเหตุ : *ฟลามิงโก (Flamingo) คือนกชนิดหนึ่ง ส่วนการเต้นรำของชาวอันดาลูเซียนั้น เรียกว่า ฟลาเมงโก้ (Flamenco) ค่ะ

ส่วนคนเขียนข่าวแอบเล่าถึง Iberia ไว้ ที่นี่ ค่ะ

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 04, 2550

Flamenco in BKK 9th Festival of Dance and Music


ในงาน BANGKOK'S 9TH INTERNATIONAL FESTIVAL OF DANCE AND MUSIC ในปี 2550 นี้ มีการแสดงฟลาเมงโก้ แต่ไม่ใช่ฟลาเมงโก้ล้ววนๆ นะคะ โดยจะรวมอยู่ในชุดการแสดงของคณะบัลเลต์แห่งชาติสเปนในวันที่พุธที่ 10 และพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2550 เวลา 19.30 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยค่ะ ราคาบัตรเริ่มที่ 600/ 1,300/ 1,700/ 2,200 และ 3,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีการแสดง Argentine Tango จากอาร์เจนตินาและการแสดงระบำพื้นบ้านของเม็กซิโกด้วยค่ะ

ดูรายละเอียดการจองตั๋วได้ที่ http://www.thaiticketmaster.com/ เลือกที่หัวข้อ BANGKOK'S 9TH INTERNATIONAL FESTIVAL OF DANCE AND MUSIC หรือสอบถามได้ที่โทร. 02 262 3456

***หมายเหตุ***
อาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมในการซื้อบัตรเข้าชมอีกที่นั่งละ 10 บาท โดยไม่รวมอยู่ในราคาบัตร พึงทำใจไว้ก่อน จะได้ไม่เสียอารมณ์อย่างที่คนเขียนเคยเป็นมาแล้วนะคะ

วันจันทร์, มกราคม 29, 2550

Learning Flamenco in Thailand

17th September 2018/ 17 กันยายน 2561
ข่าวเพิ่มเติม
ทาคุโอะเซนเซถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเรียนกีตาร์ฟลาเมงโกคงต้องติดต่ออาจารย์ท่านอื่นแล้วค่ะ
I'm sorry to inform that Takuo sensei already passed away peacefully last April. I'm afraid you have to find other teachers if you want to have a lesson of Flamenco Guitar.

19th May 2014/ 19 พ.ค. 2557
มีข่าวเพิ่มเติมเรื่องการเรียนกีตาร์ฟลาเมงโกในเมืองไทยค่ะ
1. ทาคุโอะ เซนเซ เปลี่ยนใจ กลับมาอยู่เมืองไทยแล้วค่ะ อาจารย์เพิ่งกลับมาได้ราวๆ สองสัปดาห์ ใครสนใจอยากเรียนกับเซนเซ ทิ้งอีเมลไว้เพื่อสอบถามรายละเอียดได้ค่ะ
2. อ. ธนา สืบศิริ เป็นอาจารย์คนไทยที่สอนกีตาร์ฟลาเมงโกค่ะ อาจารย์ให้ข้อมูลไว้ตามนี้เลยค่ะ

ขอแจ้งข้อมูลนะครับ ปรกติผมสอนกีต้าร์ฟลาเมงโก้มาสี่ห้าปีแล้ว วันธรรมดาจะสอนเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะดุริยางค์ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งแถวรังสิต ส่วนเสาร์อาทิตย์จะสอนส่วนตัวแถวๆสถานีรถไฟฟ้า BTS บางจากครับ ตารางเสาร์อาทิตย์ยังพอมีว่างอยู่ครับ
แนบไฟล์ที่เคยออกรายการดนตรีกวีศิลป์ทางช่อง Thai PBS เมื่อปีสองปีที่แล้วมาให้ชมด้วย / หากสนใจก็ลองดูครับ
http://www.youtube.com/watch?v=p7MnAhUQr4Y
http://www.youtube.com/watch?v=b9LlNRgn_Fc
http://www.youtube.com/watch?v=-z5tESUXEZc

เบอร์ติดต่อของ อ. ธนา 081-9674116 อีเมล tanasuebsiri@hotmail.com


Update News:
Good news! Takuo sensei decided to come back to Thailand and he's already here.
There is another Flamenco guitar teacher, Khun Tana Suebsiri. If you're interested in taking class, please contact him as follow :
Mobile Phone no. 081 967 4116
e-mail : tanasuebsiri@hotmail.com
-------------

17th March 2014
NOTE : Unfortunately, Takuo sensei already went back to Japan. I guess if you want to learn Flamenco Dance/ Guitar, you gotta find some place else. If I have any information about this I will post it later. Thank you.
น่าเสียดายที่ตอนนี้ ทาคุโอะ เซนเซ กลับประเทศญี่ปุ่นไปแล้วค่ะ สำหรับคนที่สนใจอยากเรียนฟลาเมงโก คงต้องหาที่เรียนใหม่แล้วล่ะค่ะ ได้ข่าวว่าที่ รำปุรี สตูดิโอ มีสอนเต้น แต่เข้าใจว่าเปิดคอร์สเป็นระยะๆ ไม่ได้เปิดสอนตลอด สำหรับที่เรียนที่อื่น ยังไม่มีข้อมูลค่ะ หรือถ้ามีใครทราบ ช่วยบอกกันมาก็จะยิ่งดีค่ะ
_____________________________

สำหรับบุคคลทั่วไป ไม่จำกัดเพศ วัยและเชื้อชาติ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าชอบฟลาเมงโก้ หรืออยากลองของใหม่เมื่อเลยวัยเด็กไปแล้ว ก็ต้องไปเรียนที่ Takuo Matsumoto Flamenco Studio ค่ะ

ที่นี่รับสอนทั้งเต้นฟลาเมงโก้และการเล่นกีตาร์ฟลาเมงโกค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานเลย อาจารย์ที่สอนเป็นชาวญี่ปุ่น คือเซนเซทาคุโอะ มัตสึโมโตะ อาจารย์จะพูดภาษาสเปน อังกฤษกับญี่ปุ่นได้ ส่วนภาษาไทย พูดได้นิดหน่อยค่ะ ลูกศิษย์ของอาจารย์มีหลายวัย หลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทย ญี่ป่นและฝรั่ง แต่เดิมโรงเรียนจะอยู่ที่มาร์เก็ตพลัส ซอย สุขุมวิท 83 ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 95/1 และล่าสุดย้ายไปที่ซอยนวมินทร์ 163 ใกล้ๆ กับสหฟาร์มค่ะ สถานที่อาจจะไม่หรูหราโอ่โถงเพราะเป็นบ้านของคนสอนเอง แต่อาจารย์ใจดีและใจเย็นมากค่ะ ที่สำคัญคือคุณไม่ต้องเสียสตางค์ซื้ออุปกรณ์เลย เพราะที่โรงเรียนจะมีให้ยืมค่ะ หากต้องการเบอร์โทรศัพท์อาจารย์เพื่อติดต่อรายละเอียดก็อีเมลมานะคะ ไม่อยากโพสต์ไว้ตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวจะโดนพวกขายประกันโทรไปกวนอาจารย์

For anyone interested in learning flamenco in Thailand, you can contact Takuo Matsumoto Flamenco Studio at Soi Nawamin 163. This place is most suitable for adults who wants to learn basics of both flamenco dancing and guitar. Takuo San can speak English, Japanese (of course) and Spanish.). You can e-mail me and ask for moblie phone number.

วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 28, 2549

รู้จัก เอบา เยรบาบูเอน่า

“La bailaora excelente.” ครูชาวญี่ปุ่นผู้สอนฟลาเมงโก้ให้ฉันกล่าวชม เมื่อตอนที่เราได้ดูวิดีโอตอนที่ เอบา เยรบาบูเอน่า (Eva Yerbabuena) เต้นเดี่ยว แล้วยังสำทับต่อด้วยภาษาที่คนพูดไม่ถนัดปากด้วยว่า “เท่มาก...”

ในเมื่อ ‘เซนเซ’ รับประกันเช่นนี้ ก็ต้องเรียกว่า เอบา เป็นนักเต้นที่เก่งจริง เพราะตอนที่ ซาร่า บาราส มาแสดงในเมืองไทยนั้น เซนเซแค่บอกว่า ซาร่า เป็นนักเต้นที่เก่ง แต่ไม่ได้เก่งมากๆ นักเต้นเก่งจริงๆ หลายคนก็สามารถจะเต้นได้ดีพอๆ กับเธอหรือดีกว่า

ด้วยเหตุนี้ฉันจึงตื่นเต้นนักหนาเมื่อรู้ข่าวว่าเธอจะมาแสดงที่เมืองไทย นำไปสู่การค้นคว้าความเป็นมาของเธอ ซึ่งสรุปความได้พอประมาณดังนี้...

เอบา เยรบาบูเอน่า หรือ เอบา มารีอา การ์ราโด้ การ์เซีย (Eva María Garrido García) เกิดเมื่อปีค.ศ. 1970 ที่กรุงแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เป็นลูกสาวของชาวสเปนที่เดินทางไปทำงานที่นั่น เอบา เริ่มเรียนฟลาเมงโก้ตั้งแต่อายุ 12 ปีกับครูดังๆ ระดับปรมาจารย์อย่าง เอนริเก้ ‘เอล กานาสเตโร่’ (Enrique ‘El Canastero’), ‘ลา โมน่า’ (La Mona), อังกุสตีญาส เดล ซากรามอนเต (Angustillas del Sacramonte) และ มาริกิญา (Mariquilla) เธอไปอยู่ที่ กรานาด้า (Granada) ซึ่งเป็นถิ่นฐานของฟลาเมงโก้ตั้งแต่อายุ 16 นอกจากนี้ เธอยังลงเรียนการละครกับ ฆวาน ฟูเรสท์ (Juan Furest), การออกแบบท่าเต้นกับ โฆอันเนส การ์เซีย (Johannes García) และการเต้นรำกับ ฆาเบียร์ ลาตอร์เร่ (Javier Latorre) และ มาริโอ มายา (Mario Maya)

เอบา ร่วมงานกับ มาริโอ มายา ได้สองปี เธอก็เริ่มออกแสดงในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยมีโอกาสได้ร่วมแสดงกับศิลปินผู้มีชื่อเสียงมากมาย เช่น ราฟาเอล อากิล่าร์ (Rafael Aguilar), ลาตอร์เร่-ครูของเธอ, มานูเอล โมเรโน มายา (Manuel Moreno Maya), โฆเซลิโต้ เฟรนันเดซ (Joselito Fernandez) และ ปาโก้ โมยาโน (Paco Moyano) รวมถึงนักฟลาเมงโก้หนุ่มหล่อที่ดังไปทั่วโลกอย่าง ฆวาคิน กอร์เตซ (Joaquín Cortés) ครั้นถึงปีค.ศ. 1986 เธอก็ตั้งโรงเรียนของตัวเองขึ้นในกรานาด้า

ในปีค.ศ. 1992 ที่กอรโดบา (Cordoba) มีการมอบรางวัล La Malena จากการแสดงเดี่ยวของเธอ แต่ เอบา ปฏิเสธที่จะรับรางวัลเพราะเห็นว่าตัวเองเต้นได้ไม่ดีคู่ควรแก่รางวัล ในปีค.ศ. 1997 เธอได้กลายเป็นดาราเด่นในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘Flamenco Women’ ซึ่งเป็นผลงานการกำกับของไมค์ ฟิกกิส (Mike Figgis) เธอยังเป็นนักเต้นของคณะบัลเล่ต์แห่งชาติสเปน (Ballet Nacional de España) จนกระทั่งปีค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) อันเป็นปีที่เธอตั้งคณะฟลาเมงโก้ของตัวเองขึ้นและออกแสดงเป็นครั้งแรกในเทศกาล Bienal de Sevilla ซึ่งเป็นเทศกาลฟลาเมงโก้ที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดงานหนึ่งของโลก

Photobucket - Video and Image Hosting

นักวิจารณ์ที่เคยชมการแสดงของเธอบอกว่า เอบา เป็นสาวร่างเล็กแบบที่ฝรั่งเรียกว่า ‘petite’ เธอสูงประมาณ 5 ฟุต หรือ 150 ซม. เท่านั้นเอง (ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจมากสำหรับฉัน เพราะ เอบา ในวิดีโอที่เคยดูน่าจะสูงกว่านั้นเยอะ ทั้งที่สวมชุดกระโปรงสีดำเรียบๆ ซึ่งควรจะข่มรูปร่างให้ดูเล็ก) แต่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเต้นฟลาเมงโก้ที่สมบูรณ์แบบทั้งด้านเทคนิคการเต้นและการสื่ออารมณ์ เรียกว่าเธอกำลังมาแรงแซงหน้ารุ่นพี่อย่าง ซาร่า บาราส เมื่อปี-สองปีที่แล้ว โชว์ของเธอคือ ‘Cinco Mujeres’ หรือ ‘Five Women’ ได้รับการยกย่องชื่นชมอย่างสูงในทุกที่ที่เธอออกแสดง ซึ่งการแสดงชุดนี้และชุด ‘La Voz del Silencio’ ทำให้เธอได้รับรางวัล Best Performance และ Best Ballerina ในปีค.ศ. 2000 และ 2002 ที่งาน Bienal de Sevilla

ความจริงแล้ว เอบา เคยได้รับรางวัลเกี่ยวกับการเต้นมากมาย เช่น ในปีค.ศ. 2001 เธอได้รางวัล Premio Nacional de Danza ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักเต้นฟลาเมงโก้ดีเด่นที่สุดของสเปน, ในปีค.ศ. 2002 ก็ได้รับรางวัล Time Out Best Performer of the Year ที่กรุงลอนดอน แล้วยังได้รับ Flamenco Today Prize for Best Dancer ถึงสามปีซ้อน ตั้งแต่ปีค.ศ. 1999-2001 และล่าสุด เธอเพิ่งได้รับ Giraldillo Dance Award ที่งาน Bienal de Sevilla ปี 2006

ปัจจุบัน เอบา แต่งงานแล้วกับนักกีตาร์ชื่อ ปาโก้ ฆาราน่า (Paco Jarana) ซึ่งแน่นอนว่า เขาเป็นนักกีตาร์ฟลาเมงโก้ประจำคณะของเธอด้วย

เข้าไปดูเว็บไซต์ของเธอได้ที่ www.evayerbabuena.com

โพสต์แนะนำ

Learning Flamenco in Thailand

17th September 2018/ 17 กันยายน 2561 ข่าวเพิ่มเติม ทาคุโอะเซนเซถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเรียนกีตาร...