I hope this to be a source of flamenco infos in Thai language. หวังให้เป็นแหล่งข้อมูลฟลาเมงโก้ในภาษาไทย...;)
วันพุธ, สิงหาคม 20, 2557
เชิญชม Los Vivancos : ฟิวชั่นฟลาเมงโกในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 16
วันจันทร์, มีนาคม 17, 2557
ฟลาเมงโกกับน้องเบเบ้
วันหนึ่งเมื่อฉันไปเรียนตามปกติ พบจบครึ่งแรก พระอาจารย์ชาวญี่ปุ่นของฉันก็พูด...แปลเป็นไทยได้ความว่า "เดี๋ยวมาดูวิดีโอเบเบ้กัน" ฉันก็รับคำแบบงงๆ นึกว่าเป็นวิดีโอนักเต้นฟลาเมงโกที่ครูชื่นชอบแบบที่แกเปิดให้ดูบ่อยๆ
ครูเปิดทีวี เปิดวิดีโอ ทันใดนั้นก็ปรากฏภาพสาวน้อยหน้าใสกำลังวาดลีลาฮิพ-ฮอพขึ้นบนจอ
ตอนแรกฉันก็นึกว่าเป็นภาพเก่าที่ติดมาจากหัวม้วนวิดีโอ แบบว่าอัดทับไง นึกออกมะ ทันใดนั้น ครูก็ชี้มือไปที่แม่สาวน้อยที่กำลังโยกย้ายแล้วก็ย้ำว่า "เบเบ้"
ฉันก็แบบว่า เอาล่ะซี พระอาจารย์มาอารมณ์ไหนวะเนี่ย? เรียนฟลาเมงโกอยู่ดีๆ ก็มาให้ดูฮิพ-ฮอพซะงั้น แล้วเบเบ้นี่มันใครกันหว่า?
พักใหญ่ๆ หน้าจอทีวีก็เปลี่ยนไป มีพิธีกรหนุ่มมาพูดแนะนำว่าต่อไปนี้ "น้องเบเบ้" จะมา "เต้นระบำสเปน" น้องเบเบ้ที่ว่านี้ก็คือ ดาราสาวและนักร้องสาวนามว่า ธันย์ชนก ฤทธินาคา นั่นเอง
แล้วภาพก็ตัดไปเป็นน้องเบเบ้กำลังวาดลวดลายฟลาเมงโก้ในแบบ Solea ที่พระอาจารย์บอกว่าอาจจะอ่อนซ้อมไปหน่อย แต่โดยรวมๆ แล้วก็ลีลาดีทีเดียว เสียตรงที่เสียงกีตาร์แย่มาก (ก็ห้องมันเป็นกระจก เสียงก็เลยสะท้อนก้องไปหมด) ฉันยังทึ่งเลยว่าน้องเขากะจังหวะเต้นเข้าไปได้ยังไง้ เพราะมันแทบจะฟังไม่เป็นเพลงเลย แล้วก็รำคาญนิดหน่อยที่กล้องมัวแต่ซูมหน้าน้องอยู่พักใหญ่ แทนที่จะจับลีลาให้ได้เห็นกันถนัดๆ จะเข้าท่ากว่า
พระอาจารย์ทำท่าปลื้มอกปลื้มใจกับน้องเบเบ้เป็นอันมาก แล้วก็ออกปากว่าอยากจะได้โฟโต้ อัลบั้มของน้อง ฉันรู้บ้างไหมว่าจะไปหาซื้อได้ที่ไหน...นั่น...ครูฉันวัยรุ่นกว่าลูกศิษย์เสียอีก
อาทิตย์ต่อมา ฉันก็อุตส่าห์ไปหาโฟโต้อัลบั้มของน้องเบเบ้มาให้พระอาจารย์จนได้ (ที่จริงมันก็ไม่ได้ยากอะไร แค่ต้องทำหน้าวัยรุ่นสุดขีดตอนไปถามหาที่ร้านหนังสือเท่านั้นแหละ) พระอาจารย์ของฉันยิ่งปลื้มหนัก บอกว่าเดี๋ยวจะไปลองแกะเพลงน้องเบเบ้ดูเสียหน่อย (แต่เดิมนักร้องคนโปรดของแกคือน้องลิเดีย-วัยรุ่นอีกแล้ว) แล้วก็บอกว่า แกอยากจะลองเล่นกีตาร์ฟลาเมงโกให้น้องเบเบ้เต้นสักเพลงสองเพลง แล้วฉันก็น่าจะไปเต้นกับน้องเขาด้วย
ฉันหัวเราะก๊าก ก็ถ้าจะเทียบหุ่นฉันกับน้องเขา มันก็คงเหมือนถังเบียร์กับแก้วไวน์ ยังไม่นับว่าน้องเขาเรียนไปถึงขั้นแอดวานซ์แล้ว ฉันยังต้วมเตี้ยม ไปไม่ถึงไหน ขืนเต้นด้วยกันก็ขำเปล่าๆ นอกจากนี้ พระอาจารย์ยังชักชวนอีกว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่น้องเบเบ้มีโชว์ฟลาเมงโก เราไปดูด้วยกันนะ
เอาเป็นว่า ถ้าน้องเบเบ้เกิดมาอ่านเจอ ก็ขอให้ช่วยพิจารณาความฝันของคนสูงอายุด้วยก็แล้วกันนะจ๊ะ.
เวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก
พอมาดูบล็อกอีกทีก็ให้รู้สึกน่าอายยิ่งนัก แรกฝันไว้เลิศหรูว่าจะมาเล่าสู่กันฟังถึงประสบการณ์การเรียนฟลาเมงโก ก็มัวแต่ทำมาหากินประกอบกับความเกียจคร้าน ผลก็เลยเป็นเช่นนี้
ถึงวันนี้ก็เรียนไปได้หลายอย่าง ซึ่งก็สมควรอยู่ เพราะนับแล้วฉันก็เรียนฟลาเมงโกมาร่วมสามปีแล้วกระมัง "เซบิยานาส" หรือก็เรียนจบทั้งสี่เพลงแล้ว ส่วน "อเลเกรียส" (Alegrias) ก็เรียนไปจนจบท่อน "ซิเลนซิโอ" (Silencio) แล้ว ตามด้วยเพลง "ตังกิโย" (Tanguillo) อีกหนึ่งท่อน แถมด้วยการเรียนกีตาร์ เรียกว่าเรียนกันอุตลุดเลยครับท่านพ่อแม่พี่น้อง
ความที่เรียนกีตาร์ฟลาเมงโกด้วย (วิชาโทภาคบังคับ) ตอนนี้นิ้วมือข้างซ้ายก็เริ่มด้าน ขณะที่นิ้วมือข้างขวาก็ต้องไว้เล็บยาว เพราะกีตาร์ฟลาเมงโกไม่มีการใช้ปิ๊กดีดนะครับพี่น้อง ใช้ได้แต่นิ้วและเล็บของเราเท่านั้น ไอ้เรื่องเจ็บนั้นไม่เท่าไหร่ เพราะเคยเรียนกีตาร์ตอนเด็กๆ มาแล้ว แต่เหนื่อยมากๆ เพราะการเล่นกีตาร์แบบฟลาเมงโกนี้ต้องใช้พลังมากจริงๆ แล้วเรื่องเมื่อยนี่...สุดยอด บางวันนิ้วเกร็งค้าง อารมณ์เดียวกับคนกรามค้างเลย เพราะฉันเป็นคนมือเล็ก นิ้วสั้น เวลาเล่นกีตาร์ก็เลยยากลำบากลำบน แต่ก็กัดฟันทน โธ่...ก็อาจารย์ปู่ของฉันน่ะ มือก็เล็กพอๆ กัน ท่านยังเล่นได้เลย ฉะนั้นจึงไม่มีข้ออ้างว่าสรีระไม่ให้เด็ดขาด (เศร้า)
แม้จะเรียนมานานแล้ว แต่ปัญหาที่ฉันยังแก้ไม่ตกก็คือการดีดกรับให้มันดังเด้งสมใจนึก รู้น่ะว่ามันต้องหัดบ่อยๆ แต่ว่ามันขี้เกียจ เอ๊ย มันไม่ค่อยจะมีเวลา พอมีเวลาก็ลืมทุกที หรือไม่ก็มีคนอยู่เต็มบ้าน ทำให้ไม่กล้าซ้อมดีด กลัวคนที่บ้านจะมัวแต่มองหาว่ารถขายเกี๊ยวที่ไหนวะ วิ่งเข้าซอยออกซอยอยู่ได้
อีกอย่างก็คือฉันยังกะช่วงที่ควรจะวางนิ้วบนกรับและยังปรับความแน่น-หลวมของสายผูกได้ไม่ดี คนที่ดีดเก่งๆ คงไม่มีปัญหา แต่สำหรับฉันมันเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าผูกสายเชือกแน่นไป เราจะดีดกรับไม่ดังเพราะเชือกมันรั้งชิ้นไม้ไว้ตึงเกินไป แต่ถ้าปล่อยให้เชือกหย่อนมากไปก็จะทำให้เราดีดไม่ถนัด ยิ่งเวลาที่ต้องวาดแขนไปด้วย ดีดกรับไปด้วย แถมด้วยเท้าก็ต้องเดินไปตามสเต็ปเพลง คุณเอ๊ย ไม่รู้จะทำอะไรก่อนอะไรหลัง ชีวิตนี้ช่างสับสนเป็นยิ่งนัก
แต่ถ้าวันไหนกะทุกอย่างได้พอดีเป๊ะ เสียงกรับจะดังกังวาน ชวนให้ฮึกเหิมและเคลิ้มไปว่าเออ ตูข้าก็ฝีมือไม่เลวเหมือนกันนิ อะเหอๆ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะเก่งจริงๆ
ขอนอกเรื่องนิดนึง เมื่อเดือนที่แล้วไปเข้าคลาสลีลาศ มีสอนจังหวะ ปาโซโดเบล (Paso Doble) ด้วย อีนี่ก็เลย "อิน" ซะ... อยากจะคิดว่าดิฉันมาดให้ที่สุดในชั้นเลยเชียว
ตอนนี้ใช้วิธีเรียกผีฟลาเมงโกกับผีสเปนให้มาเข้าสิง คิดอะไรเป็นภาษาสเปนไปโม้ด เวลาทำงานก็เปิดแต่เพลงฟลาเมงโก จะอ่านนิยายก็ไปหยิบเอาเรื่องที่เกี่ยวกับฟลาเมงโกมาอ่าน ว่างๆ ก็ดูดีวีดีฟลาเมงโก ทั้งที่เป็นบทเรียนและเป็นหนัง เอาให้มันอินถึงขั้นหลับก็ฝันถึงได้ยิ่งดี เรียกว่าพยายาม Living flamenco ให้มากที่สุด ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรเกี่ยวกับการเรียนได้ไหม แต่ว่าทำแล้วสบายใจ ก็เลยไม่รู้ว่าทำไมถึงจะไม่ทำ
ไปล่ะ เดี๋ยวอาทิตย์หน้า ถ้าไม่ขี้เกียจ ก็จะมาเล่าสู่กันฟังให้มันเป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้.
แรกเรียน
-----------
วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2550 (วันที่โพสท์ครั้งแรก)
มาเล่าต่อ...อาจจะไม่เป็นขั้นเป็นตอน ว่าไปตามที่นึกได้ละกัน
อันดับแรกที่นักเรียนต้องเรียนก็คือการตบมือและย่ำเท้า ซึ่งมีหลายแบบ หลายจังหวะ แล้วไม่ใช่จะสักแต่ว่าตบๆ มือไปให้มีเสียง มันต้องมีวิธีตบให้ถูกต้องด้วย ไม่งั้นมันจะไม่ดัง (เท่าครู) สมัยเรียนใหม่ๆ ฝึกแค่นี้ก็เหนื่อยแฮ่กแล้ว แต่เดี๋ยวนี้-สบาย...สิวๆ มาก
ครูคนไทยเคยบอกฉันว่าปัญหาใหญ่ของคนไทยคือการทำอะไรด้วยมือและเท้าพร้อมๆ กัน ด้วยจังหวะที่ไม่เท่ากัน สำหรับฉัน เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่กลายเป็นว่าฉันมักจะทำอะไรนุ่มนิ่มเกินไป ก้าวเท้าสั้นเกินไป ไม่เด็ดขาดขึงขัง ทั้งที่ฉันก็ว่าตัวเองมีความเป็นจิ๊กโก๋อยู่ในตัวไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะเราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าไม่ควรทำอะไรเสียงดังเอะอะตึงตัง จะเป็นการเสียมารยาท ขณะที่ฟลาเมงโกคือการแสดงอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่ ไม่มีการเหนี่ยวรั้ง การสะบัดมือ วาดเท้าต้องมีพลัง...อย่างที่ทำให้หลายคนเห็นแล้วก็คิดไปว่าการเต้นฟลาเมงโกไม่มีอะไรมากไปกว่าการกระทืบบาทาเร็วๆ และแรงๆ
ปัญหาอีกอย่างที่ฉันรู้สึกคือความเชื่องช้า ฉันหมุนตัวได้ไม่ดีนักและมักจะช้าเกินไปเสมอ อาจจะเป็นเพราะจุดศูนย์ถ่วงไม่ดี (ฮา) แต่ครูไม่เคยตำหนิ อาจจะเห็นว่าตัวกลมป๊อกแบบนี้ มันเต้นได้เป็นเพลงก็บุญแล้ว ตอนนี้แม้ว่าจะทำได้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ฉันอยากให้เป็น เพราะการฝึกฟลาเมงโก เราควรจะสามารถเต้นได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ
(เวลาฉันเต้นฟลาเมงโก้ คงจะคล้ายๆ อย่างนี้/ ภาพวาดโดยโบเตโร)
ลักษณะการเรียนก็คล้ายๆ กับการเรียนดนตรีทั่วไปนั่นแหละ คือมาต่อเพลง ต่อท่ากันไปจนกว่าจะจบ แล้วก็ต้องฝึกซ้ำๆ กันทุกครั้งที่มาเรียน ตั้งแต่การตบมือ ย่ำเท้าต่างๆ เรียกว่าทำกันตั้งแต่บทที่ 1 ถึงบทเรียนล่าสุด ซึ่งอาจจะทำให้บางคนรู้สึกเบื่อ หลายคนเรียนไปได้ไม่กี่เดือนก็เลิก แต่ฉันชอบการฝึกแบบนี้ เพราะเท่ากับได้ทวนไปในตัว อีกอย่างก็คือ เมื่อเรียนไปนานๆ เซนเซ (ครูญี่ปุ่น) จะเร่งจังหวะเพลงให้เร็วขึ้น ซึ่งทำให้เราต้องเต้นเร็วขึ้นด้วย ผลก็คือเพลงที่เราเคยเต้นได้สบาย ก็จะไม่ใช่ของหมูๆ อีกต่อไป
เมื่อเรียนจบ Sevillanas ทั้ง 4 เพลง ก็จะได้เริ่มหัดเคาะกรับสเปน ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Castanet ส่วนคนสเปนจะเรียกว่า Castañuela (กัส-ตาญ-ยวย-ลา) ซึ่งน่าจะเป็นศัพท์เรียกแบบทางการ เพราะบางที ฉันก็เห็นในเว็บฟลาเมงโก้บางเว็บเรียกว่า pallilos (ปา-ยิ-โลส) แต่เซนเซเรียกสั้นๆ ว่า "ป๊า-โย่" กรับเจ้ากรรมนี้ ตอนเรียนใหม่ๆ ทำให้ฉันกลุ้มใจมากเพราะเคาะเท่าไหร่ก็ไม่ดัง ครูคนไทยบอกว่าหัดไปเถอะ สัก 2-3 เดือนก็จะดังเอง ฉันฟังแล้วไม่ค่อยจะเชื่อ ก็ดูมันไม่มีเววเอาเสียเลย พับผ่า
แต่ในที่สุด เมื่อผ่านไปประมาณ 3 เดือน ฉันก็ทำให้มันมีเสียงได้ แม้จะยังรัวได้ไม่ไพเราะเท่ามืออาชีพ แต่มันก็ดังล่ะ (วะ) โดยส่วนตัวแล้ว ฉันคิดว่ามันขึ้นอยู่กับกรับที่เราใช้ด้วย ถ้าได้อันที่เหมาะกับขนาดมือเราและทำจากไม้ดีๆ ไม่ต้องออกแรงมาก เสียงก็จะดังและเพราะมากๆ ด้วย ครูเคยบอกฉันว่ากรับดีๆ ราคาคู่ละประมาณสามหรือสี่พันบาททีเดียว ได้ยินราคาแล้ว ความอยากได้ก็ถดถอย สงสัยต้องรอไปซื้อตอนเซลส์ซะล่ะมั้ง...
(แต่สุดท้ายฉันก็ซื้อมาได้คู่นึง ตอนไปเที่ยวสเปน คู่ละ 5 ยูโรมั้ง ถ้าจำไม่ผิด เทียบเป็นเงินไทยก็ราวๆ สองร้อยบาท แต่ปรากฏว่าไซส์มันเล็กไปหน่อยสำหรับฉัน ใช้ไปแล้วก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่)
เริ่มต้น...
-----------
วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2550 (วันที่โพสท์ครั้งแรก)
ฉันเรียนฟลาเมงโก้มาได้เกือบจะสองปีแล้วมั้ง ค่อยเรียนค่อยรู้ไปอย่างช้าๆ นับว่าถูกใจฉันที่ไม่ชอบทำอะไรเร็วๆ โดยไม่จำเป็น
ยังจำได้ว่า เปิดเจอโรงเรียนสอนฟลาเมงโก้ในหน้านิตยสารผู้หญิงหัวนอกฉบับหนึ่ง ตอนนั้น ฉันกำลังเบื่อโลก อยากจะหาอะไรที่ทำแล้วชื่นใจ ไม่ใช่ว่าวันๆ เอาแต่ทำงานงกๆ อย่างเดียว
ตอนแรกที่อ่านบทความนั้น ฉันก็นึกในใจว่าอยากเรียนจังเลย แต่...ฉันก็ทิ้งความคิดนั้นให้ผ่านเลยไป เหมือนอะไรหลายอย่างในชีวิตที่ฉันปล่อยให้ผ่านเลยเพราะนิสัยเฉื่อยชาและไม่ชอบทำธุระเกี่ยวกับการติดต่อจัดการ
แล้ววันหนึ่ง ฉันก็ฮึดขึ้นมา บอกตัวเองว่าจะรอทำไม? ฟลาเมงโกคือสิ่งที่ฉันชอบมาตั้งนานนม อาจจะไม่ใช่ในแบบรักแรกพบ แต่มันอยู่ในใจฉันเสมอ
เมื่อตอนที่ฉันยังเด็ก สถานที่ที่เปิดสอนฟลาเมงโกนั้น มีอยู่ที่เดียวคือมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งต้องสอบเอ็นทรานซ์เข้าไป ซึ่งในตอนนั้น มันคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย (สอบเอ็นฯ ไปเรียนฟลาเมงโก? จบออกมาจะทำอะไรกิน?)
ฉันก็คงเหมือนผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ตอนยังอายุน้อยๆ ต้องทิ้งความฝัน (หรือในที่นี้อยู่ในขั้นที่เป็นแค่ความ "อยาก") ของตัวเองไป เพราะในรายการอันดับสิ่งสำคัญในชีวิต ฟลาเมงโกไม่ได้อยู่อันดับต้นๆ
ตอนนี้ เหมือนความฝันแบบเด็กๆ กลับมาอยู่ตรงหน้า รอแค่เอื้อมมือไปคว้ามา ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องรั้งรออีก
ฉันเขียนอี-เมลไปถามรายละเอียด แล้วก็ได้เบอร์โทรศัพท์ แล้วฉันก็โทรศัพท์ไปนัดหมายเพื่อลองเรียน (ฟรี) กับเพื่อนและรุ่นพี่อีก 2 คน สุดท้ายก็เหลือฉันคนเดียวที่ตัดสินใจเรียนอย่างจริงจัง
ในช่วงแรกที่ฉันเข้าไปเรียน มีครูสอน 2 คน ครูชาวญี่ปุ่นจะเป็นคนเล่นกีตาร์ ครูคนไทยจะเป็นคนสอนท่าเต้น
ฉันชอบการเรียนที่นี่ เพราะฉันเป็นนักเรียนคนเดียว ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร ไม่ต้องอายใครและไม่ต้องกลัวโดนล้อ และครูที่สอนก็ใจดีมาก จริงๆ นะ ฉันว่าเรื่องเหล่านี้สำคัญ คนที่ไม่เคยเรียนเต้นรำมาก่อน แล้วต้องมาหัดคงจะเข้าใจ โดยเฉพาะคนเที่เริ่มต้นตอนที่ไม่ใช่เด็กแล้ว รูปร่างก็ใช่ว่าจะดี ถ้าเราอยู่ในคลาสใหญ่ๆ ที่มีคนเยอะแยะ และคนอื่นก็ดูเหมือนจะเก่งกว่า (และเด็กกว่า/ผอมกว่า) เรา ใครๆ ก็ใจฝ่อทั้งนั้นแหละ ยิ่งถ้าเราหัวช้า เรียนช้า ก็จะกลายเป็นตัวถ่วงเพื่อนๆ อีกด้วย โอกาสที่เราจะมั่วๆ ไปเพื่อให้ตามเขาทันก็จะมีมาก ผลก็คือได้วิชาไม่เต็มร้อย ส่วนครูก็อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง หรือเกิดได้ครูปากร้าย ชอบว่าเหน็บแนม ก็จะยิ่งไม่อยากเรียน
ประสบการณ์อย่างนี้ฉันรู้ดี อย่างตอนฉันไปเรียนว่ายน้ำ ครูที่สอนชอบว่าจิก แถมยังชอบตี มันไม่เจ็บหรอก แต่ฉันก็ไม่ชอบและรู้สึกว่าน่ารำคาญ เพราะทุกคนที่ไปเรียนคือผู้ใหญ่ที่ว่ายน้ำไม่เป็น ไม่ใช่เด็กเล็ก ผลก็คือ ฉันไปไม่กี่ครั้ง ก็ขอสวัสดีลาก่อน และจนบัดนี้ ฉันก็ยังว่ายน้ำไม่เป็น
โชคดีที่ชั้นเรียนฟลาเมงโก้ของฉันไม่เป็นอย่างนั้น...
(เอาแค่นี้ก่อน หิวข้าวละ ไว้วันหลังค่อยมาเล่าต่อ)
วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 03, 2555
Bangkok Guitar Fiesta 2012
อาจจะกระชั้นชิดไปหน่อย แต่ขอแจ้งข่าวแบบด่วนๆ ว่า Bangkok Guitar Fiesta ครั้งที่ 2 กำลังเกิดขึ้น ณ บัดนาว งานนี้จัดระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ มีศิลปิน 4 รายมาแสดงและจัดเวิร์ตชอพสำหรับผู้ที่สนใจ ได้แก่ Tango in Guitar (Tango), Frank Bungarten (Classical), Vitaly Makukin (Tapping) และ 12 Curedas (Flamenco) บัตรคอนเสิร์ตราคา 1,500 บาท, 900 บาท และบัตรเวิร์คชอพราคา 900 บาท ต่อหนึ่งชุดการแสดงและเวิร์คชอพหนึ่งคร้ัง มีจำหน่ายที่ Thaiticketmajor (02-262-3456) ไปชมรายละเอียดการแสดงได้ที่เว็บไซต์ของงาน : www.bangkokguitarfiesta.com
วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 08, 2554
Bangkok Guitar Fiesta 2011

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 21, 2553
"Flamenco, Flamenco" de Carlos Saura (Trailer)
วันเสาร์, กันยายน 11, 2553
Sangre Flamenca in ICP 2010

วันจันทร์, สิงหาคม 17, 2552
Flamenco in Bangkok's 11th International Festival of Dance and Music
มาแล้วจ้า เทศกาลการแสดงดนตรีและศิลปะการเต้นรำที่เรารอคอย ปีนี้ก็จัดให้มีการแสดงฟลาเมงโกเช่นเคย โดยจะเป็นคิวของการ์เมน โมตา (Carmen Mota) ในชื่อชุดว่า 'Fuego' (ไฟ) โดยจะเป็นฟลาเมงโกสไตล์ประยุกต์ที่ใช้เพลงร่วมสมัย อย่างเช่น เพลงร็อค ร่วมกับการบรรเลงดนตรีสดในแบบดั้งเดิม อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบฟลาเมงโกแบบเทรดิชั่นมากนัก แต่เท่าที่ดูจากภาพถ่ายก็ถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจทีเดียวค่ะโชว์ครั้งนี้จะร้อนแรงแค่ไหน ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองกันที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม เวลา 19.30 น. และ รอบวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม เวลา 19.30 น. (เรื่องวันและเวลาแสดงนี้ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดอีกทีนะคะ เพราะในเว็บไซต์ของ thaiticketmajor ระบุไว้ในภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่เหมือนกันเลยค่ะ)
ราคาบัตรคือ 3,000 / 2,200 / 1,700 / 1,300 / 600 บาท
วันอาทิตย์, สิงหาคม 03, 2551
หนุ่มน้อย, ฟลาเมงโก้และเพลงฝรั่งเศส
เอ๊ะ ได้ยังไง? ชื่อแบบนี้ไม่เห็นจะใช่คนสเปน
ถูกต้องแล้วค่ะ พ่อหนุ่มคนนี้มาจากเมืองน้ำหอม หลงใหลศิลปะการเต้นของชาติเพื่อนบ้านจนหอบผ้าหอบผ่อนมาร่ำเรียนวิชาถึงแดนกระทิงดุตั้งแต่ปี 2535 แล้วก็นับว่าเป็นนักเต้นที่มีฝีมือพอตัวทีเดียว--เก่งขนาดที่ได้เป็นสมาชิกชาวต่างชาติเพียงคนเดียวของคณะบัลเล่ต์แห่งชาติสเปน (Spanish National Ballet Company) เชียวนะ
ปาสกาลเป็นชาวฝรั่งเศสตอนใต้ เขตที่เรียกว่า “เฟรนช์ บาสก์” (French Basque) ซึ่งเป็นเขตที่ติดสเปนแค่เทือกเขาพีเรเนส์ขวาง ปาสกาลบอกว่าเขามีญาติพี่น้องทางสเปนด้วย จึงกล่าวได้ว่าเขาก็มีเชื้อสายสเปนอยู่ในตัวเหมือนกัน ตอนเด็กๆ ได้รับอิทธิพลทางดนตรีฟลาเมงโก้จากศิลปินดังอย่าง กามารอน (Camarón) และ อันโตนิโอ กาเดส (Antonio Gades) รวมทั้งดนตรีคลาสสิกของสเปนโดย ฟาย่า (Falla) และ อัลเบนิซ (Albéniz)
พี่สาวของปาสกาลนั้นเรียนเต้นฟลาเมงโก้ที่โรงเรียนของคุณป้าของเขา ปาสกาลเองก็เรียนๆ เล่นๆ จนกระทั่งอายุราวๆ ยี่สิบนั่นแหละถึงจะรู้ตัวว่าหลงรักศิลปะแขนงนี้เข้าอย่างจัง ทำให้เขาตัดสินใจได้ว่าอยากเป็นนักเต้นอาชีพแทนการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ว่าแล้วก็เก็บกระเป๋าไปอยู่ที่สเปนหลังจากได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมคณะของราฟาเอล อากิลาร์ (Rafael Aguilar) โดยที่แทบจะไม่กระดิกหูภาษาสเปนเลย อยู่ๆ ไปก็ใช้เวลาว่างระหว่างหยุดพักทัวร์การแสดงของคณะไปเรียนวิชาเพิ่มเติมจากสุดยอดพระอาจารย์ฟลาเมงโก้ทั้งหลาย ต่อมาก็ได้ร่วมงานกับศิลปินฟลาเมงโก้ดังๆ อย่าง โฆเซ อันโตนิโอ (José Antonio), อันโตนิโอ มาร์เกซ (Antonio Márquez) และไอดา โกเมซ (Aída Gómez) ซึ่งป้าไอดานี่แหละที่เป็นผู้ชักนำเขาเข้าสู่แวดวงของคณะบัลเล่ต์แห่งชาติสเปน
ปาสกาลเรียนการเต้นมาหลายประเภท นอกจากฟลาเมงโก้ เขาก็เต้นได้ทั้งคลาสสิกและโมเดิร์นรวมถึงระบำพื้นบ้านสเปน จริงๆ แล้ว เขาสารภาพว่าไม่ค่อยได้เต้นฟลาเมงโก้เท่าไหร่นัก แต่ชีวิตเขาก็แวดล้อมด้วยนักเต้นฟลาเมงโก้เก่งๆ มาตลอด ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและสามารถกำกับและออกแบบท่าเต้นของฟลาเมงโก้ได้ เขาชอบสไตล์การเต้นแบบเรียบง่ายและเนี้ยบ สเต็ปของเขาจะไม่ซับซ้อนจนเกินไป ล่าสุดเขากำลังทำโชว์ฟลาเมงโก้ชื่อ Fl@menco.fr เป็นการเต้นฟลาเมงโก้แนวฟิวชั่น โดยใช้เพลงฝรั่งเศสประกอบ เพราะเป็นคนฝรั่งเศสที่ใช้ชีวิตอยู่ในสเปนมานาน คนสองโลกอย่างเขาจึงอยากผสมผสานความเป็นสองดินแดนนี้ออกมาให้คนอื่นได้เห็น เขาบอกไว้ในบทสัมภาษณ์ว่า “สำหรับผมแล้ว ทั้งฟลาเมงโก้และเพลงฝรั่งเศสคือการแสดงถึงความรู้สึก...ถึงความจริงแท้ ทั้งสองอย่างล้วนแสดงให้เห็นเสียงร่ำไห้และความเศร้าโศกในวิถีของมันเอง”
โชว์ชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานเพลงชุด Chanson Flamenca ของ เปโดร โอเฆสโตร (Pedro Ojestro) และ มานูเอล เด มาเรีย (Manuel de María) ซึ่งเป็นการนำเพลงคลาสสิกของฝรั่งเศสมาตีความใหม่ในรูปของดนตรีฟลาเมงโก้ ปาสกาลนำเพลงเหล่านั้นมาร้อยเรียงและสร้างเรื่องราว โดยมีพล็อตคร่าวๆ มาจากชีวิตของเขาเอง นั่นคือเรื่องของชายหนุ่มชาวฝรั่งเศสและการเดินทางสู่โลกฟลาเมงโก้ของเขา ปาสกาลกำหนดให้โชว์ชุดนี้เป็นลูกผสมของการเต้น การละครและการร้อง เขาใช้นักเต้นแทนนักแสดง และตัวเขาเองก็ลงทุนร้องเพลงเองด้วย สุ้มเสียงก็น่าจะใช้ได้อยู่หรอก ในเมื่อเขาลงทุนร่ำเรียนการร้องเพลงมาตั้งแต่เมื่อสี่ปีที่แล้วเพราะอยากจะลองแสดงละครเพลงดูบ้าง
จุดเด่นอีกอย่างคือเวทีและฉากหลังซึ่งใช้แสงสีเสียงที่แตกต่างไปจากโชว์ฟลาเมงโก้ที่เคยเป็นมา โดยเขาบอกว่าเปรียบให้เป็นเหมือน”เว็บเพจ” บนโลกอินเตอร์เน็ทซึ่งเขาคิดจินตนาการไปว่าคือสถานที่ที่เกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้น ปาสกาลยังคิดว่าโลกไซเบอร์นั้น “เป็นที่ที่เหมาะมากที่จะเผยแพร่และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับฟลาเมงโก้ ปัจจุบันนี้ เว็บไซต์คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกฟลาเมงโก้ มันไปได้ทุกที่ คุณสามารถพูดคุยกับทุกคนจากทุกประเทศ น่าสนใจมากเลยล่ะ”
แวะไปดูเว็บไซต์ของเขาได้ที่ http://www.pascalgaona.com/
อ่านบทสัมภาษณ์ของเขาเกี่ยวกับ Fl@menco.fr ได้ที่นี่
วันอาทิตย์, มิถุนายน 29, 2551
Sara Baras ซูเปอร์สตาร์แห่งโลกฟลาเมงโก้
ซาร่าเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อเธอเข้าร่วมคณะของมานูเอล โมราโอ (Manuel Morao) ในปีค.ศ. 1989 และออกแสดงในงาน Alhambra 89 Flamenco Theatre Festival ที่กรานาดา เธออยู่กับคณะนี้หลายปีทีเดียวและออกแสดงในหลายงานหลายประเทศ รวมทั้งที่ทาวน์ฮอลเธียเตอร์ของกรุงนิวยอร์ค ในปีค.ศ. 1993 เธอก็ได้รางวัล Madroño Flamenco of Montellano หรือรางวัลนักเต้นฟลาเมงโกที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี ซึ่งเป็นหนึ่งในอีกหลายๆ รางวัลที่เธอได้รับในเวลาต่อมา
หลังจากนั้น ซาร่าก็ออกตระเวณแสดงกับศิลปินฟลาเมงโก้ที่มีชื่อเสียงมากมาย ทั้งในและนอกบ้านเกิด ที่น่าสนใจคือในช่วงปีค.ศ. 1996-1997 เธอร่วมแสดงกับอันโตนิโอ กานาเลส (Antonio Canales) สุดยอดนักเต้นฟลาเมงโก้ในฐานะนักเต้นรับเชิญของการแสดงชุด Gitano (“Gypsy”) ของเขา เธอยังกลับไปแสดงกับคณะของกานาเลสอีกครั้งในปีค.ศ. 1998 โดยเป็นนักเต้นรับเชิญของโชว์ชุด La Huella de España ("Traces of Spain") ซึ่งเป็นรายการแสดงเพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบร้อยปีการประกาศอิสรภาพของประเทศคิวบา นับว่าทั้งคู่มีสายสัมพันธ์อันดีต่อกันไม่น้อย
ซาร่า บาราสเริ่มตั้งคณะของตัวเองในปีค.ศ. 1997 และแสดงปิดท้ายรายการในงาน Festival Nacional de Cante de las Minas การแสดงที่ผ่านมาของคณะของเธอได้แก่ Sensaciones, Sueños และ Sabores การแสดงทุกชุดได้รับความนิยมและเสียงชื่นชมอย่างมาก นอกจากนี้เธอยังปรากฏตัวในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Juana la Loca (2001) และ Mariana Pineda (2002) และ Iberia ของผู้กำกับฯ การ์โลส เซารา รวมทั้งแสดงในฉากเปิดเรื่องของ Mission Impossilble II
นอกจากชื่อเสียงโด่งดังเปรียบได้ดังไอดอลของวงการฟลาเมงโก้แล้ว รูปร่างหน้าตาสวยสง่าและบุคลิกที่โดดเด่นของซาร่ายังถูกใจเหล่าดีไซเนอร์อีกด้วย ทั้งนี้ เธอยังเคยเดินแบบให้อามาย่า อาร์ซัวกา (Amaya Arzuaga) ในงานแฟชั่นวีคที่ลอนดอน และเป็นนางแบบให้ฟรานซิส มอนเตซิโนส (Francis Montesinos) ในงานแฟชั่นโชว์ที่มาดริดและลิสบอน ซาร่ายังออกคอลเล็คชั่นชุดชั้นในของตัวเองและสาวๆ ในคณะของเธอโดยทำงานร่วมกับไทรอัมพ์ นอกจากนี้เธอยังไปถ่ายแบบเครื่องประดับอัญมณีให้กับคาเทียร์
ผลงานล่าสุดของคณะนักเต้นซาร่า บาราสก็คือ Carmen ซึ่งซาร่า บาราสจะเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นและเวที โดย ‘คาร์เมน’ ของเธอจะพัฒนาจากตัวละครในนิยายของพรอสเพร์ เมริเม่ (Prosper Mérimée) ซึ่งเธอรู้จักนิยายเรื่องนี้มาตั้งแต่เล็กๆ และบอกว่า ‘คาร์เมน’ เวอร์ชันที่เธอจดจำได้มากที่สุดก็คือภาพยนตร์ที่นำแสดงโดยอันโตนิโอ กาเดส (Antonio Gades) นักเต้นฟลาเมงโกระดับเทพผู้ล่วงลับไปแล้ว ตำนานรักแสนเศร้าของสเปนเรื่องนี้ยังกลายเป็นโอเปร่าเรื่องดัง ประพันธ์โดยจอร์จ บิเซต์ (Bizet) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นผลงานที่ซาร่าพยายามหลีกเลี่ยงนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการแสดงครั้งนี้ เพราะเธอบอกว่า “ไม่ต้องการทำซ้ำในสิ่งที่ทุกคนรู้จักดีอยู่แล้ว”
ดังนั้นดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงจึงเป็นบทเพลงสไตล์ฟลาเมงโก้ทั้งหมด กำกับดนตรีโดยโฆอัน บาเลนต์ (Joan Valent) โดยจะไม่ใช้บทประพันธ์เพลงของบิเซต์เลย แต่จะมีการใช้บางส่วนของบทเพลงจากฝีมือของปาโก เด ลูเซีย (Paco de Lucía) ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้ในภาพยนตร์เรื่อง Carmen ของการ์โลส เซาราและนำแสดงโดยอันโตนิโอ กาเดสเรือ่งที่ฝังใจซาร่าเอามากๆ นั่นเอง
ทางด้านนักเต้นชายที่จะมาเต้นคู่กับซาร่าก็คือโฆเซ เซร์ราโน (José Serrano) ในบท ‘เอล โตเรโร’ (El Torero) หรือนักสู้วัวกระทิง อีกรายคือลูอิส ออร์เตกา (Luis Ortega) ในบทของ ‘ดอน โฆเซ’ (Don José) แน่นอนว่า ‘คาร์เมน’ ของซาร่า บาราสจะไม่เหมือนกับ ‘คาร์เมน’ ของไอดา โกเมซ (Aida Gomez) ที่ผู้ชมชาวไทยเคยชมการแสดงชุดนั้นมาแล้วเมื่อราว2-3 ปีก่อน ซาร่า อธิบายถึงตัวละครที่เธอจะสวมบทบาทว่าเป็นคนที่ “อ่อนหวาน น่ารักน่าใคร่ พยายามจะลิขิตชะตาชีวิตของตัวเองและเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก” โดยเธอมีความเห็นว่า Carmen ก็คือเรื่องราวโศกนาฏกรรมของหญิงสาวที่พยายามเรียกร้องเสรีภาพให้ตนเอง
ปัจจุบันซาร่ามีเว็บไซต์ของเธอเองคือ http://www.sarabaras.com/ แต่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง
Source : Wikipedia.com, esflamenco.com
หมายเหตุ
ซาร่า บาราสจะมาแสดงที่กรุงเทพฯ ในงานมหกรรมดนตรีและศิลปะการแสดงนานาชาติครั้งที่ 10 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2551 ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดแน่ชัดว่าเธอจะแสดงเรื่อง Carmen หรือ Sabores ซึ่งเป็นโชว์ชุดก่อนหน้า แต่ที่แน่ๆ คือบัตรเข้าชมจำหน่ายราคา 3,000 / 2,200 / 1,700 / 1,300 / 600 บาท จองกันได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/performance/icp_2008.php
วันอังคาร, เมษายน 08, 2551
Museo del Baile Flamenco
เดินเข้าไปในห้องแรกจะเป็นการฉายวิดีโอความเป็นมาโดยย่อของฟลาเมงโก้ ซึ่งตัดต่อและเล่าเรื่องได้น่าเพลินทีเดียวค่ะ ในห้องถัดมา ฟากหนึ่งจะเป็นจอขนาดใหญ่ ฉายภาพการเต้นฟลาเมงโก้ในรูปแบบต่างๆ ใต้จอจะมีตู้โชว์รองเท้านักเต้นดังๆ ด้วย ขณะที่อีกฟากหนึ่งจะมีหน้าจอแบบทัชสกรีนและเมาส์ลูกกลิ้งวางเรียงรายบนแท่นใส ซึ่งมีเมนูภาษาให้เลือกหลายภาษาทีเดียว ที่น่าสนใจคือมีภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นด้วย ใครที่ร่ำเรียนฟลาเมงโก้หรือสนใจการเต้นคงถูกใจเพราะจะมีคำอธิบายเกี่ยวกับเทคนิคการเต้น การวางท่าทางและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง การใช้อุปกรณ์ประกอบต่างๆ อย่างค่อนข้างละเอียดและชัดเจนโดยมีภาพกราฟิกเคลื่อนไหวประกอบ
สำหรับค่าเข้าชมนับว่าแพงพอสมควรคือ 10 ยูโร แต่ก็เรียกว่าคุ้ม ชมพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการเสร็จแล้ว จะไปแอบดูชั้นเรียนฟลาเมงโก้ที่เปิดสอนกันอยู่ก็ได้ แถมบางวันก็จะมีโชว์ให้ดูกันฟรีๆ อีกด้วย เขามีไกด์ส่วนตัวไว้บริการด้วยนะคะ แต่ต้องติดต่อจองตัวกันล่วงหน้า ส่วนในร้านขายของที่ระลึก (tienda/ shop) ก็มีสินค้าเกี่ยวกับฟลาเมงโก้ให้เลือกชมกันไม่น้อย แต่ราคาส่วนใหญ่ก็แพงใช้ได้เลยทีเดียว จะมีที่ไม่แพงมากก็คือกรับสเปน แบบที่ทำจากพลาสติกผสม (คนขายที่นั่นบอกว่าเป็นวัสดุใหม่ ทำให้กรับมีเสียงดังก้องกว่ากรับไม้ ซึ่งก็จริงค่ะ ไม่ต้องออกแรงมากก็ดีดได้ดังกังวาน แต่อาจจะฟังไม่นุ่มหูเท่า) หน้าตาดูดีทีเดียว ราคาเพียงคู่ล่ะ 5 ยูโรเท่านั้น ถ้าเป็นแบบที่ทำจากไม้ ก็ราคาประมาณ 12 ยูโร นอกจากนี้ยังมีแบบที่เพ้นต์สีต่างๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดู ซึ่งแบบหลังนี้แอบเห็นว่ามีวางขายในร้านข้างนอกและราคาถูกกว่าเล็กน้อย แต่ไม่มีสีให้เลือกมากเท่าที่นี่ ขนาดสีแปลกๆ อยางสีม่วง สีเทายังมีเลยค่ะ
โทรศัพท์: 00.34.954.34.03.11 แฟกซ์: 00.34.954.34.03.64 ส่วนเว็บไซต์มีลิงค์อยู่ทางขวามือค่ะ
วันเสาร์, ตุลาคม 06, 2550
Flamenco on Screen

ในเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ เมื่อปีก่อน มีการจัดไฮไลท์เป็น Dance Movies หรือภาพยนตร์เกี่ยวกับการเต้นรำหลากรูปแบบให้ชมกันหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ Iberia ภาพยนตร์จากสเปนของผู้กำกับ การ์โลส เซาร่า (Carlos Saura) ในสูจิบัตรของงานบรรยายไว้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ "พูดถึงบรรยากาศการเตรียมงาน และการถ่ายทำหนังเพลง นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมชุดท่าเต้นที่ใช้ในเพลง “Iberia” ซึ่งเป็นผลงานของ Isaac Albéniz นักแต่งเพลงชาวสเปนในศตวรรษที่ 19 นอกจากจะได้ฟังบทเพลงอันไพเราะจาก Albéniz หนังเรื่องนี้ยังเป็นการรวมตัวของนักเต้นระดับโลกที่จะมาร่ายรำในท่วงท่าของบัลเล่ต์ ระบำร่วมสมัย ระบำสเปน และฟลามิงโก*" ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีนักเต้นฟลาเมงโก้ระดับ "ดารา" อย่าง อันโตนิโอ กานาเลส (Antonio Canales) และ ซาร่า บาราส (Sara Baras) ซึ่งเคยมาเปิดการแสดงในบ้านเราแล้ว ร่วมแสดงอยู่ด้วย
หมายเหตุ : *ฟลามิงโก (Flamingo) คือนกชนิดหนึ่ง ส่วนการเต้นรำของชาวอันดาลูเซียนั้น เรียกว่า ฟลาเมงโก้ (Flamenco) ค่ะ
ส่วนคนเขียนข่าวแอบเล่าถึง Iberia ไว้ ที่นี่ ค่ะ
วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 04, 2550
Flamenco in BKK 9th Festival of Dance and Music

วันจันทร์, มกราคม 29, 2550
Learning Flamenco in Thailand
ข่าวเพิ่มเติม
ทาคุโอะเซนเซถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเรียนกีตาร์ฟลาเมงโกคงต้องติดต่ออาจารย์ท่านอื่นแล้วค่ะ
I'm sorry to inform that Takuo sensei already passed away peacefully last April. I'm afraid you have to find other teachers if you want to have a lesson of Flamenco Guitar.
19th May 2014/ 19 พ.ค. 2557
มีข่าวเพิ่มเติมเรื่องการเรียนกีตาร์ฟลาเมงโกในเมืองไทยค่ะ
1. ทาคุโอะ เซนเซ เปลี่ยนใจ กลับมาอยู่เมืองไทยแล้วค่ะ อาจารย์เพิ่งกลับมาได้ราวๆ สองสัปดาห์ ใครสนใจอยากเรียนกับเซนเซ ทิ้งอีเมลไว้เพื่อสอบถามรายละเอียดได้ค่ะ
2. อ. ธนา สืบศิริ เป็นอาจารย์คนไทยที่สอนกีตาร์ฟลาเมงโกค่ะ อาจารย์ให้ข้อมูลไว้ตามนี้เลยค่ะ
ขอแจ้งข้อมูลนะครับ ปรกติผมสอนกีต้าร์ฟลาเมงโก้มาสี่ห้าปีแล้ว วันธรรมดาจะสอนเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะดุริยางค์ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งแถวรังสิต ส่วนเสาร์อาทิตย์จะสอนส่วนตัวแถวๆสถานีรถไฟฟ้า BTS บางจากครับ ตารางเสาร์อาทิตย์ยังพอมีว่างอยู่ครับ
แนบไฟล์ที่เคยออกรายการดนตรีกวีศิลป์ทางช่อง Thai PBS เมื่อปีสองปีที่แล้วมาให้ชมด้วย / หากสนใจก็ลองดูครับ
http://www.youtube.com/watch?v=p7MnAhUQr4Y
http://www.youtube.com/watch?v=b9LlNRgn_Fc
http://www.youtube.com/watch?v=-z5tESUXEZc
เบอร์ติดต่อของ อ. ธนา 081-9674116 อีเมล tanasuebsiri@hotmail.com
-------------
17th March 2014
NOTE : Unfortunately, Takuo sensei already went back to Japan. I guess if you want to learn Flamenco Dance/ Guitar, you gotta find some place else. If I have any information about this I will post it later. Thank you.
น่าเสียดายที่ตอนนี้ ทาคุโอะ เซนเซ กลับประเทศญี่ปุ่นไปแล้วค่ะ สำหรับคนที่สนใจอยากเรียนฟลาเมงโก คงต้องหาที่เรียนใหม่แล้วล่ะค่ะ ได้ข่าวว่าที่ รำปุรี สตูดิโอ มีสอนเต้น แต่เข้าใจว่าเปิดคอร์สเป็นระยะๆ ไม่ได้เปิดสอนตลอด สำหรับที่เรียนที่อื่น ยังไม่มีข้อมูลค่ะ หรือถ้ามีใครทราบ ช่วยบอกกันมาก็จะยิ่งดีค่ะ
_____________________________
สำหรับบุคคลทั่วไป ไม่จำกัดเพศ วัยและเชื้อชาติ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าชอบฟลาเมงโก้ หรืออยากลองของใหม่เมื่อเลยวัยเด็กไปแล้ว ก็ต้องไปเรียนที่ Takuo Matsumoto Flamenco Studio ค่ะ
ที่นี่รับสอนทั้งเต้นฟลาเมงโก้และการเล่นกีตาร์ฟลาเมงโกค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานเลย อาจารย์ที่สอนเป็นชาวญี่ปุ่น คือเซนเซทาคุโอะ มัตสึโมโตะ อาจารย์จะพูดภาษาสเปน อังกฤษกับญี่ปุ่นได้ ส่วนภาษาไทย พูดได้นิดหน่อยค่ะ ลูกศิษย์ของอาจารย์มีหลายวัย หลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทย ญี่ป่นและฝรั่ง แต่เดิมโรงเรียนจะอยู่ที่มาร์เก็ตพลัส ซอย สุขุมวิท 83 ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 95/1 และล่าสุดย้ายไปที่ซอยนวมินทร์ 163 ใกล้ๆ กับสหฟาร์มค่ะ สถานที่อาจจะไม่หรูหราโอ่โถงเพราะเป็นบ้านของคนสอนเอง แต่อาจารย์ใจดีและใจเย็นมากค่ะ ที่สำคัญคือคุณไม่ต้องเสียสตางค์ซื้ออุปกรณ์เลย เพราะที่โรงเรียนจะมีให้ยืมค่ะ หากต้องการเบอร์โทรศัพท์อาจารย์เพื่อติดต่อรายละเอียดก็อีเมลมานะคะ ไม่อยากโพสต์ไว้ตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวจะโดนพวกขายประกันโทรไปกวนอาจารย์
For anyone interested in learning flamenco in Thailand, you can contact Takuo Matsumoto Flamenco Studio at Soi Nawamin 163. This place is most suitable for adults who wants to learn basics of both flamenco dancing and guitar. Takuo San can speak English, Japanese (of course) and Spanish.). You can e-mail me and ask for moblie phone number.
วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 28, 2549
รู้จัก เอบา เยรบาบูเอน่า
ในเมื่อ ‘เซนเซ’ รับประกันเช่นนี้ ก็ต้องเรียกว่า เอบา เป็นนักเต้นที่เก่งจริง เพราะตอนที่ ซาร่า บาราส มาแสดงในเมืองไทยนั้น เซนเซแค่บอกว่า ซาร่า เป็นนักเต้นที่เก่ง แต่ไม่ได้เก่งมากๆ นักเต้นเก่งจริงๆ หลายคนก็สามารถจะเต้นได้ดีพอๆ กับเธอหรือดีกว่า
ด้วยเหตุนี้ฉันจึงตื่นเต้นนักหนาเมื่อรู้ข่าวว่าเธอจะมาแสดงที่เมืองไทย นำไปสู่การค้นคว้าความเป็นมาของเธอ ซึ่งสรุปความได้พอประมาณดังนี้...
เอบา เยรบาบูเอน่า หรือ เอบา มารีอา การ์ราโด้ การ์เซีย (Eva María Garrido García) เกิดเมื่อปีค.ศ. 1970 ที่กรุงแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เป็นลูกสาวของชาวสเปนที่เดินทางไปทำงานที่นั่น เอบา เริ่มเรียนฟลาเมงโก้ตั้งแต่อายุ 12 ปีกับครูดังๆ ระดับปรมาจารย์อย่าง เอนริเก้ ‘เอล กานาสเตโร่’ (Enrique ‘El Canastero’), ‘ลา โมน่า’ (La Mona), อังกุสตีญาส เดล ซากรามอนเต (Angustillas del Sacramonte) และ มาริกิญา (Mariquilla) เธอไปอยู่ที่ กรานาด้า (Granada) ซึ่งเป็นถิ่นฐานของฟลาเมงโก้ตั้งแต่อายุ 16 นอกจากนี้ เธอยังลงเรียนการละครกับ ฆวาน ฟูเรสท์ (Juan Furest), การออกแบบท่าเต้นกับ โฆอันเนส การ์เซีย (Johannes García) และการเต้นรำกับ ฆาเบียร์ ลาตอร์เร่ (Javier Latorre) และ มาริโอ มายา (Mario Maya)
เอบา ร่วมงานกับ มาริโอ มายา ได้สองปี เธอก็เริ่มออกแสดงในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยมีโอกาสได้ร่วมแสดงกับศิลปินผู้มีชื่อเสียงมากมาย เช่น ราฟาเอล อากิล่าร์ (Rafael Aguilar), ลาตอร์เร่-ครูของเธอ, มานูเอล โมเรโน มายา (Manuel Moreno Maya), โฆเซลิโต้ เฟรนันเดซ (Joselito Fernandez) และ ปาโก้ โมยาโน (Paco Moyano) รวมถึงนักฟลาเมงโก้หนุ่มหล่อที่ดังไปทั่วโลกอย่าง ฆวาคิน กอร์เตซ (Joaquín Cortés) ครั้นถึงปีค.ศ. 1986 เธอก็ตั้งโรงเรียนของตัวเองขึ้นในกรานาด้า
ในปีค.ศ. 1992 ที่กอรโดบา (Cordoba) มีการมอบรางวัล La Malena จากการแสดงเดี่ยวของเธอ แต่ เอบา ปฏิเสธที่จะรับรางวัลเพราะเห็นว่าตัวเองเต้นได้ไม่ดีคู่ควรแก่รางวัล ในปีค.ศ. 1997 เธอได้กลายเป็นดาราเด่นในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘Flamenco Women’ ซึ่งเป็นผลงานการกำกับของไมค์ ฟิกกิส (Mike Figgis) เธอยังเป็นนักเต้นของคณะบัลเล่ต์แห่งชาติสเปน (Ballet Nacional de España) จนกระทั่งปีค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) อันเป็นปีที่เธอตั้งคณะฟลาเมงโก้ของตัวเองขึ้นและออกแสดงเป็นครั้งแรกในเทศกาล Bienal de Sevilla ซึ่งเป็นเทศกาลฟลาเมงโก้ที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดงานหนึ่งของโลก
นักวิจารณ์ที่เคยชมการแสดงของเธอบอกว่า เอบา เป็นสาวร่างเล็กแบบที่ฝรั่งเรียกว่า ‘petite’ เธอสูงประมาณ 5 ฟุต หรือ 150 ซม. เท่านั้นเอง (ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจมากสำหรับฉัน เพราะ เอบา ในวิดีโอที่เคยดูน่าจะสูงกว่านั้นเยอะ ทั้งที่สวมชุดกระโปรงสีดำเรียบๆ ซึ่งควรจะข่มรูปร่างให้ดูเล็ก) แต่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเต้นฟลาเมงโก้ที่สมบูรณ์แบบทั้งด้านเทคนิคการเต้นและการสื่ออารมณ์ เรียกว่าเธอกำลังมาแรงแซงหน้ารุ่นพี่อย่าง ซาร่า บาราส เมื่อปี-สองปีที่แล้ว โชว์ของเธอคือ ‘Cinco Mujeres’ หรือ ‘Five Women’ ได้รับการยกย่องชื่นชมอย่างสูงในทุกที่ที่เธอออกแสดง ซึ่งการแสดงชุดนี้และชุด ‘La Voz del Silencio’ ทำให้เธอได้รับรางวัล Best Performance และ Best Ballerina ในปีค.ศ. 2000 และ 2002 ที่งาน Bienal de Sevilla
ความจริงแล้ว เอบา เคยได้รับรางวัลเกี่ยวกับการเต้นมากมาย เช่น ในปีค.ศ. 2001 เธอได้รางวัล Premio Nacional de Danza ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักเต้นฟลาเมงโก้ดีเด่นที่สุดของสเปน, ในปีค.ศ. 2002 ก็ได้รับรางวัล Time Out Best Performer of the Year ที่กรุงลอนดอน แล้วยังได้รับ Flamenco Today Prize for Best Dancer ถึงสามปีซ้อน ตั้งแต่ปีค.ศ. 1999-2001 และล่าสุด เธอเพิ่งได้รับ Giraldillo Dance Award ที่งาน Bienal de Sevilla ปี 2006
ปัจจุบัน เอบา แต่งงานแล้วกับนักกีตาร์ชื่อ ปาโก้ ฆาราน่า (Paco Jarana) ซึ่งแน่นอนว่า เขาเป็นนักกีตาร์ฟลาเมงโก้ประจำคณะของเธอด้วย
เข้าไปดูเว็บไซต์ของเธอได้ที่ www.evayerbabuena.com
โพสต์แนะนำ
Learning Flamenco in Thailand
17th September 2018/ 17 กันยายน 2561 ข่าวเพิ่มเติม ทาคุโอะเซนเซถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเรียนกีตาร...
-
17th September 2018/ 17 กันยายน 2561 ข่าวเพิ่มเติม ทาคุโอะเซนเซถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเรียนกีตาร...
-
ปีนี้นับว่าคนรักฟลาเมงโกโชคดี เพราะในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ (หรือที่เราเรียกย่อๆ กันว่า ICP) ครั้งที่ 19 มีการแสดงฟลาเม...
-
ไม่รู้จะทันไหมเพราะการแสดงชุดนี้จะเล่นในวันนี้แล้ว (21 ก.ย. 2558) แถมยังชนกับคอนเสิร์ตใหญ่ของ Maroon 5 แต่ก็ขอเขียนเชียร์ในเฮือกสุดท้ายกันล่...

